ทำไมคนโตแห่งคลองสามวา จึงปฏิบัติการต้าน’ฮูวัยดียะห์ พิศสุวรรณ’

11453

โดย พรพญา


การข้ามแดนของฮูวัยดียะห์ พิศสุวรรณ จากนครศรีธรรมราช ไม่เพียงต้องแข่งขันกับคูาต่อสู้ที่แข็งแกร่งจากเพื่อไทย อีกด้านหนึ่ง กลับต้องต่อสู้กับแรงต้านของคนกันเอง ที่ดูเหมือนจะมีพลังแห่งการทำลายด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงที่ไม่คิดว่า คนกันเองจะทำได้ถึงเพียงนี้ เท่ากับว่า เธอต้องทำงานหนักขึ้นอีกหลายเท่าตัว

พื้นที่นครศรีธรรมราช ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวน ส.ส.ลดลงจาก 10 เหลือ 9 คน พื้นที่สำหรับฮูวัยดียะห์ ในการลงส.ส.ในพื้นที่เดิม จึงหดแคบลง แต่ด้วยที่ทำงานการเมือง และอยู่กับประชาธิปัตย์มายาวนาน เธอจึงได้แจ้งความประสงค์กับพรรคว่า แม้จะไม่ได้ลงสมัครส.ส.ก็ยังมีความตั้งใจที่จะทำงานกับพรรค โดยไม่มีเงื่อนไข

ด้วยท่าที่เช่นนี้ ฮูวัยดียะห์ พิศสุวรรณ อูเซ็ง จึงไม่ใช่คนที่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง แต่มีเป้าประสงค์ที่จะทำงานการเมือง เพื่อร่วมพัฒนาสังคม และชาติบ้านเมือง รวมทั้งสังคมมุสลิม ที่ต้องการการพัฒนาอีกมาก

‘ฮูวัยดียะห์’ ไม่ใช่่มือใหม่ทางการเมือง แต่เป็นผู้หญิมุสลิม เพียงไม่กี่คนของสังคมมุสลิม ที่มีบทบาทในทางการเมือง เธอเคยเป็น ส.ส.ในระบบเขตของจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองนายกเทศมนตรีเทศนครนครนครศรีธรรมราช เส้นทางๆการเมืองฮูวัยดียะห์ ผูกพันอยู่กับดี.สุรินทร์ พิศสุวรรณมาตลอด เรียกได้ว่า ในบรรดาพี่น้อง’พิสุวรรณ’ ฮูวัยดียะห์ เป็นคนที่ทำงานทางการเมืองใกล้ชิดกับดี.สุรินทร์มากที่สุด ซึมซับแนวคิด การทำงานด้านการเมือง ของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณมากที่สุด และบางจังหวะชีวิต ฮูวัยดียะห์ ได้เสียสละหลีกทางให้ดร.สุรินทร์ ในการลงส.ส.พื้นที่นครศรีธรรมราช

เกี่ยวกับสังคมุสลิม ‘ฮูวัยดียะห์’ มีบทบาทโดดเด่นในการทำงานด้านสิทธิสตรี เคยเป็นประธานฝ่ายกิจการสตรี งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย และอีกหลายบทบาท นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เลือกฮูวัยดียะห์ เป็นตัวแทนพรรคลงสมัคร ส.ส.ในเขตคลองสามวา หลังจากที่อดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่แจ้งความประสงค์ ไม่ลงสมัคร ส.ส.

พรรคประชาธิปัตย์ อาจเห็นว่า จากประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งงานในสภา การทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ จึงเลือกให้เธอลงในพื้นที่คลองสามวา ที่เป็นพื้นที่ๆมีความหลากหลาย เป็นพื้นที่ที่มีมุสลิม และพุทธอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงมองว่า ฮูวัยดียะห์ มีความเหมาะสม โดยที่เธอ ไม่ได้’ร้องขอ’

แต่การมา’คลองสามวา’ของ ‘ฮูวัยดียะห์’ กลับมา รังสีอำมหิตของ’คนโตแห่งคลองสมวา’ทำลายอย่างรุนแรง เริ่มจากการสั่งบรรดาหัวคะแนน คนที่เคยทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์ เลิกให้การสนับสนุน และใช้เวทีของศาสนา ในการอบรม บรรยายในโอกาสต่างๆ พุ่งเป้าไปยังประชาธิปัตย์ โดยมีเป้าหมายให้ ‘ฮูวัยดียะห์’ ล้มเหลวในพื้นที่คลองสามวา

การทำลาย ยังมีอีกหลายรูปแบบ รวมทั้งการให้สื่อมุสลิมที่ตนเองสนิท นำเสนอบทความ ที่ตนเขียนแต่ใส่ชื่อสื่อคนนั้น เป็นเครื่อมือในการกระจายช่องทางการเผยแพร่แนวคิด ‘มุสลิมไม่จำเป็นต้องเลือกมุสลิม’ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็รู้ว่า เป้าหมายพุ่งไปที่การทำลาย ‘ฮูวัยดียะห์’ จึงเท่ากับถูกขนาบรอบทิศทาง

จากแรงแค้นของคนที่ประกาศตัวว่า ทำงานเพื่อศาสนา ปวารณาตัวเผยแพร่ศาสนา แต่สิ่งที่ตัวเองปฏิบัติกลับตรงกันข้าม ในขณะที่ตัวเอง ขึ้นเวทีบรรยายเพื่อศาสนา แต่กลับเขียนบทความใส่ชื่อ สื่อมุสลิม เผยแพร่แนวทางตรงกันข้าม

คงจำได้ตอนเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีมือดีเขียนบทความส่งไปตามมัสยิด กล่าวหา ดร.วินัย ดะห์ลัน ทุจริตเรื่องงบฮาลาล โดยปราศจากมูลความจริง ไม่น่าเชื่อว่า เป็นฝีมือของคนๆนี้

พวก’ปากคาบคัมภีร์’ ภายนอกวางตัวสวยหรู ตามแนวทางศาสนา แต่เบื้องหลัง กลับมี’จิตใจ’ ที่เต็มไปด้วยการทำลายล้างฝั่งตรงกันข้าม

ที่มา ไม่มีอะไรมาก แค่’ประชาธิปัตย์’ เห็นว่า บุคคลนี้ เป็นคนที่ชอบสร้างความขัดแย้ง ชอบสร้างปัญหาในสังคม ก็เลยไม่ส่งสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ตัวดี จึงประกาศ ไม่ลงสมัครดักหน้าเสียก่อน และมีแผนจะส่ง ลูกชายของมือกฎหมาย ที่ทำงานร่วมกันในการฟ้องคนโน้นคนนี้ และน่าจะมี’ปัจจัย’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อผิดหวัง จึงเกิดอาการแค้น ออกมาทำลาย ประชาธิปัตย์ และผู้สมัครของพรรค อย่าง’ฮูวัยดียะห์’ 

โดยไม่มองว่า ตอนเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ตัวเองก็อยู่ในเครือข่าย ‘ลุง’ คนดัง จึงไม่แปลกที่พรรค จะไม่ให้ราคา ในขณะที่ผลงานด้านมืดในอดีต ก็มีมากมาย อาทิ การประสานกับส.ส. 3 จังหวัด ให้เข้า ทรท. ทั้งที่ตัวเอง อยู่ ปชป. แสบไม๊หละ
ได้ผลประโยชน์อะไรตอบแทน คนนอกไม่รู้

พฤติกรรมมักจะผลักให้คนอื่นรับหน้า แต่ตัวเอง จะสร้างภาพดีอยู่เบื้องหลัง การแสดงความไว้อาลัย ดร.สุรินทร์ หลายครั้ง ก็มักจะทำตัวออกนอกหน้า เป็นคนสนิทกว่าบุคคลอื่นใด งานไหนผู้จัดไม่เชิญก็จะถูกต่อว่า โทรไปขอร่วมงาน แล้วมาสร้างภาพว่า มีคนโทรมาเชิญ

หน้าอย่างหลังอย่าง แสดงออกมาบ่อย จนสังคมรับรู้กันในวงกว้าง คนที่เชื่อ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ทำงานด้วยกัน กลุ่มที่ไม่อยากมีปัญหา กลุ่มที่ เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวเล็กๆน้อย

เป็นที่น่ายินดีว่า บางคนที่ให้การสนับสนุน เชื่อฟัง ได้แตกตัวออกมาจำนวนหนึ่งแล้ว กลายเป็นว่า ต้องการทำลายคนอื่น แต่ตัวเองกลับ กำลังจะถูกโดดเดี่ยว

‘ฮูวัยดียะห์’ ที่ถูกรังสีอำมหิต กลับมากระแสตอบรับดีวันดีคืน ด้วยความอ่อนน้อมถ่มตน ให้เกียรติผู้ใหญ่ และลงพื้นที่ต่อเนื่องเช้าสายบ่ายเย็นค่ำ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

น่ายินดีว่า ชาวคลองสามวา มีใจที่เป็นธรรม