บึ้นสนั่น!จันทบุรี คนร้ายใช้ไปป์บอมบ์ อานุภาพรุนแรง ตู้ATMพังยับ

139

คนร้ายสุดอุกอาจ สวมชุดไอ้โม่ง วางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าสหกรณ์ยูเนี่ยน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พังยับ ตำรวจระบุ อานุภาพรุนแรงมาก  

เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 20 ก.พ.62 ตำรวจ สภ.ขลุง จ.จันทบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีเหตุคนร้ายคลุมไอ้โม่ง วางระเบิดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ บริเวณด้านหน้าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนอิมั้ง ซอยซึ้งพัฒนาสาย 5 พื้นที่หมู่ 8 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง, พ.ต.ท.สราวุธ บุญชัย สว.(ป.), ร.ต.อ.วรชัย ศรีแจ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ขลุง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณตู้เอทีเอ็ม ริมถนนภายในซอยซึ้งพัฒนาสาย 5 ด้านหน้าสหกรณ์ฯ ที่เพิ่งติดตั้งได้เพียง 7 เดือน ถูกแรงระเบิดจนโคมไฟส่องสว่างหล่นลงมากกองกับพื้น ชิ้นส่วนปูน สิ่งก่อสร้าง ชิ้นส่วนของตู้เอทีเอ็ม ตลอดจนชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิด กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ ที่ผนังปูนบริเวณด้านข้างถูกแรงระเบิดจนทะลุ ขณะที่ตู้นิรภัยด้านในมีร่องรอยความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่สามารถเปิดเพื่อนำเงินออกไปได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่เพื่อรอหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.จันทบุรี พร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบ

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้มาเติมเงินโทรศัพท์ที่ตู้เติมเงิน ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุราว 100 เมตร เวลาประมาณ 01.54 น. ได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวบริเวณด้านหน้าสหกรณ์ฯ ตนเองจึงรีบออกมายืนดู ซึ่งทันใดนั้น ฃก็เห็นคน 2 คน ที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้าย สวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่ซ้อนท้ายกันออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าไปทางสุสานเขาโมย

ต่อมา นางเพ็ญทิวา มลิผล ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนอิมั้ง ตลอดจน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 หมู่ 9 ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่า ภายในองค์กรไม่มีปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยเลือกลงมือช่วงเวลา 01.00-02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนมากกำลังนอนหลับพักผ่อน แต่ผิดพลาด เนื่องจากเสียงของระเบิดทำให้ผู้คนแตกตื่นต้องรีบออกมาดู พร้อมรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าทำการตรวจสอบ

ซึ่งระเบิดที่ใช้ก่อเหตุครั้งนี้ คาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบไปบ์บอมบ์ หลังการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่า ระเบิดมีอานุภาพรุนแรงจนทำให้เกิดเสียงดังสนั่น และมีกลุ่มควันขนาดใหญ่ แต่แรงระเบิดไม่สามารถทำลายตู้นิรภัยด้านในได้ ทำให้ไม่สามารถนำเงินออกไปได้ คนร้ายจึงได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งหลังจากนี้จะได้เร่งหาเบาะแส ร่องรอยของคนร้าย เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป