‘จักรทิพย์’สั่งล่า’นภ โสภณวสุ’ ฆ่าภรรยาฝังดิน คดีสะเทือนขวัญ เผยทั้งคู่เป็นโรคซึมเศร้า

1644

ผบ.ตร.สั่งล่าตัว ‘นภ โสภณวสุ’ สามีฆ่าภรรยาฝังดินในบ้านพักบ่านทุ่งครุ ระบุ เป็นคดีสะเทือนขวัญ คาดหนีกบดานชลบุรี ระบุ ทั้งคู่เป็นโรคซึมเศร้า

จากกรณีเมื่อค่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เข้าตรวจสอบที่บ้านหรูหลังหนึ่ง หลังได้รับแจ้งจากพี่สาวของ นางสาวอิษฎา (ฟารีดา) อุส่าห์เพียร อายุ 35 ปี ภรรยาเจ้าของบ้านว่า น้องสาวหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรอบบ้านพบว่า บริเวณริมกำแพงรั้วพื้นดินอยู่ในลักษณะคล้ายเพิ่งฝังกลบอะไรบางอย่าง จึงขุดลงไปจนพบมือมนุษย์โผล่ออกมา และเมื่อขุดลึกลงไปอีกราว 1 เมตร ก็พบศพถูกฝังดินอยู่ ญาติยืนยันว่า คือ นางสาวอิษฎา ภรรยาเจ้าของบ้าน เบื้องต้นพบบาดแผลเป็นรูคล้ายถูกยิงที่ศีรษะ 1 แผล และที่หลังมีแผลฉกรรจ์คล้ายถูกแทงด้วยของมีคม แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์นั้น

พี่สาวของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า นางสาวอิษฎาหายตัวไปตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา โดย นายนภ โสภณวสุ สามีของน้องสาว อ้างว่าเธอเดินทางไปต่างประเทศ แต่พี่สาวเห็นพิรุธ จึงตัดสินใจแจ้งความคนหายเมื่อวัน 17 กุมภาพันธ์ จนตำรวจเรียกตัว นายนภ เข้าสอบปากคำ เขากลับอ้างว่าไม่สามารถติดต่อภรรยาได้ ตำรวจจึงขอเข้าตรวจสอบที่บ้าน ฝ่ายชายก็ตกลง แต่หลังจากนั้นก็ขอเลื่อน จนวานนี้ (24 ก.พ.) เข้าไปตรวจสอบพบเพียงพ่อของนายนภให้ข้อมูลว่าลูกชายไม่อยู่ แต่ได้ฝากกุญแจบ้านเอาไว้

แม้ตำรวจเข้าตรวจสอบในบ้าน ยังไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม แต่จากการหายไปตัวของสามีผู้เสียชีวิต และข้อมูลจากพยานแวดล้อมยืนยันว่าทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่นางสาวอิษฎาจะหายตัวไป และนายนภก็สั่งให้รถสิบล้อขนดินทรายเข้ามาถมที่จุดพบศพ ทำให้ตำรวจพุ่งปมไปที่สามีของผู้เสียชีวิต

สำหรับบ้านหลังที่เกิดเหตุ มีผู้อาศัย 6 คน ประกอบด้วย นายนพ โสภณวสุ สามีผู้เสียชีวิต ลูกสาว 3 คน และลูกชาย 1 คน ผู้เสียชีวิตและสามีต่างป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เตรียมนำหลักฐานยื่นขอศาลอาญาธนบุรี อนุมัติหมายจับ นายนภ โสภณวสุ อายุ 37 ปี ในข้อหาเจตนาฆ่าและซ่อนเร้นอำพรางศพ ล่าสุดชุดสืบสวนพบเบาะแสว่า เขาน่าจะหลบหนีไปทางพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของพ่อ ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นมีการประกอบพิธีตามหลักศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดซาฟีอี-มาเรียม จ.สมุทรปราการ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งส่งศพไปตรวจพิสูจน์โดยละเอียดที่ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เพื่อนำผลการตรวจ อาทิ DNA, ร่องรอยการถูกทำร้าย และที่เกี่ยวข้องมาประกอบคดี จากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้นนั้นทราบถึงตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คือ นายนภ โสภณวสุ อายุ 38 ปี (สามีผู้ตาย) ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและผลการตรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงและยืนยันถึงการกระทำความผิดของผู้ก่อเหตุ จากนั้นจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลในการออกหมายจับ ข้อหา ฆ่าผู้อื่น , ลอบฝัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า คดีนี้คืบหน้าไปมาก พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดของผู้ต้องหา จากนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ อีกทั้งได้แจ้งข้อมูลของผู้ก่อเหตุไปยังสตม.และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกประเทศ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนระดมกำลังออกติดตามตัวจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วเพื่อเยียวยาผลร้ายที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน