ยังประชานิยมไม่พอ! ‘สุริยะ’ ปราศัยโคราช ประกาศเติมให้ทุกส่วน

44

พปชร.” ประกาศเติมเงินให้เกษตกร แก้จน-เสนอพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน3ปี ก่อนยกหนี้หาก ศก.ฟื้น – ตั้งกองทุนประชารัฐหมู่บ้าน2ล้านบาทให้ ปชช.กู้ หวังกระตุ้นศก.ฐานราก “บุญจง” ลั่น พปชร. พร้อมเป็นรัฐบาลแล้ว จัดนโยบายทำทันทีให้ ปชช.

เมื่อวันที่ 7มีนาคม แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยนายบุญจง วงศ์ไรรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต9 หมายเลช12  หาเสียงในพื้นที่

พร้อมกันนั้นในช่วงเย็น เวลา 18.00 น. แกนนำพรรค ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าฟังการปราศรัยแน่นพื้นที่จัดงาน

โดยนายสุริยะ ปราศรัยตอนหนึ่งถึงนโยบายที่พรรคพลังประชาชนจะทำให้ประชาชนหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ได้แก่  แก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน จากการกู้เงินในกองทุนหมู่บ้าน ด้วยนโยบายพักหนี้ดอกเบี้ยกองทุนหมู่บ้าน เวลา  3ปี และระหว่างพักหนี้ รัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ยแทนประชาชน ทั้งนี้ช่วงทำโครงการพักหนี้ ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และจะยกเลิกหนี้ให้ประชาชนในที่สุด ทั้งนี้หากพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นรัฐบาล จะมีกองทุนกองทุนพลังประชารัฐ หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท แทนกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนกู้เงินส่งลูกหลานเรียนต่อ และค้าขายเล็กๆ น้อยๆในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่าสำหรับนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตกร ผ่านการันตีราคา เช่น มันสำปะหลัง ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 3 บาท ขณะที่การยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการจ้างงานในพื้นที่ พรรคเตรียมตั้งโรงงานในพื้นที่อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อสร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่  ขณะที่โครงการบัตรประชารัฐจะทำต่อเนื่อง แม้มีเสียงท้วงติง แต่ตนไม่สนใจ หากพรรคพลังประชารัฐเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเติมเงินคนที่ถือบัตรประชารัฐให้แน่นอน ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้บัตรจะพิจารณาให้เพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนั้นนโยบายมารดาประชารัฐยืนยันทำได้แน่นอน โดยผู้มีบุตร  1 คนจะได้รับเงินรายเดือนตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จนคลอด รวมแล้วเป็นเงิน 1.8 แสนบาทต่อบุตร 1 คน หากท้องลูกแฝดจะได้รับเงินอุดหนุนเป็น 2เท่า

ขณะที่นายอนุชา ขึ้นปราศรัยต่อว่าตนรู้ถึงหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ และ ชาวนาของประเทศที่ลำบาก เพราะเป็นหนี้  ไม่ว่าผ่านมากี่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่เคยพูดถึงความกินดี อยู่ดี และการปลดหนี้ให้ประชาชน ทั้งที่เงินบาทแรกที่หมุนเวียนและเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจในประเทศ คือ เงินของเกษตรกร ดังนั้นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐตกผลึกเพื่อช่วยแก้ปัญหา คือ เริ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ ต่อจากนั้นคือ การการันตีราคาพืชผล และเติมเงินให้เกษตรกร โดยราคาอ้อยต้องไม่ต่ำกว่า 1,200 บาท และ ราคายาง ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 65 บาท, การันตีราคาข้าว 2,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20ไร่ ขณะที่การปลูกข้าว จะเติมเงินให้ 1,500 บาทต่อไร่

“พวกเราตั้งใจ และสู้ตาย เพื่อทำงานให้ประชาชนทั้งประเทศหายจากความยากจน เราจะไม่เข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือสร้างความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐมีคนเก่งที่อาสาทำงานเพื่อประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร คือ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์  ซึ่งท่านบุญจงเป็นผู้มีจิตใจดี และทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง” นายอนุชา กล่าว

ทางด้านนายบุญจง ปราศรัยตอนหนึ่งว่า เมื่อประชาชนเข้าคูหา กาหมายเลข12 เพื่อได้ตนเป็นคนรับใช้และทำงานให้ประชาชน และพรรคพลังประชารัฐที่ใส่ใจแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เป็นรัฐบาล รวมถึงได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

“สำหรับสิ่งที่ประชาชนจะได้หลังจากเลือกผมเป็น ส.ส. และพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล คือ ดูแลตั้งแต่อยู่ในท้องจนคลอด ผ่านนโยบายมารดาประชารัฐ ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกทั้งยาง ข้าว มันสำปะหลัง จะได้รับการดูแล โดยเกษตรกร จะมีเงินในกระเป๋า 8 หมื่นบาท หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล 4 ปี ขณะที่คนหนองตะไก้ ที่ถือครองที่ดิน แบบ สปก. จะเปลี่ยนให้เป็น สปก.4.0 เพื่อสามารถให้ประชาชนนำโฉนดที่ดินไปต่อยอด เช่น กู้เงิน เป็นต้น ขณะที่นโยบายผู้สูงอายุ จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุตามขั้นบันได และเบี้ยยังชีพจะเพิ่มให้คนละ 1,000 บาท” นายบุญจง ปราศรัย

นายบุญจง กล่าวด้วยว่าสำหรับบัตรประชารัฐนั้นพรรคพลังประชารัฐจะเดินหน้าต่อ ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1.เมื่อเป็นรัฐบาลต่ออายุบัตรทุกปี ตามอายุของรัฐบาล คือ  4 ปี , 2.เติมเงินบัตรประชารัฐ จำนวน 1,000 บาท และ 3. สำรวจและให้บัตรประชารัฐกับประชาชนที่ตกหล่น ครอบคลุม กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก ผู้ใช้แรงงาน ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งนี้ผมยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคพลังประชารัฐทำได้จริงทันที เมื่อพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล โดยพรรคมีความพร้อมจะเป็นรัฐบาลแล้ว.