สุดอุกอาจ! คนร้ายจ่อยิงดับหน้าบ้าน อดีตนายตำรวจต่อสู้เพื่อชาวบ้าน

79

คนร้ายขับวีออส บุกจ่อยิงดับ’ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ’ ตำรวจนักสู้เพื่อประชาชน ขณะจอดรถหน้าบ้านพัก เผยหลังถูกให้ออกจากราชการ มาทำงานช่วยประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันที่ 19 มีนาคม 2562 เวลา 13.52 น. เกิดเหตุยิงกันที่บนถนน ภายใน ซอย 2 ประสานมิตร ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ผู้ที่ถูกยิงคือ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ถูกคนร้ายบุกยิงภายในรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาวหมายเลขทะเบียน ขง 9558 สงขลา ขณะขับรถมาจอดที่หน้าบ้านพัก

จากการสืบสวนทราบว่า ขณะที่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ขับรถมาจอดที่บ้านพัก บริเวณซอย 2 ประสานมิตร คนร้ายคาดมีด้วยกัน 2 คน ขับรถเก่งวีออสสีดำ ขับตามมา เมื่อถึงหน้าบ้านได้เดินลงจากรถเข้าจ่อยิง ถูกยิงด้วยอาวุธพกสั้นเข้าบริเวณลำตัวและที่คางรวม3 นัด ขณะที่ยังนั่งอยู่ภายในรถ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ขณะไม่ทันระวังตัว โดยกระสุนปืน ได้เจาะประตรถฝั่งคนขับ ถูก ร.ต.อ.วัชรินทร์ 3 นัด หลังเกิดเหตุหน่วยกู้ภัย ได้เข้าช่วยเหลือ โดยพยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่ร.ต.อ.วัชรินทร์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังเกิดตำรวจได้ปิดกั้นจุดเกิดเหตุห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป และเร่งติดตามจับกุมคนร้าย มีเบาะแส ขับรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีดำ ทะเบียน 2515 ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด โดยขับตามรถของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ มาห่างๆเมื่อมาจอดหน้าบ้านคนร้ายได้เดินลงมากระหน่ำยิง และรีบวิ่งขึ้นรถขับหลบหนีไป

สำหรับร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ เป็นนักเรียนพลตำรวจ ยะลา รุ่น 46 กองร้อยที่ 6 รับราชการครั้งแรกปี 2539 ที่ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา จนปี 2547 สร้างวีรกรรมในการปะทะสู้รบ และได้ความดีความชอบเลื่อนขั้นมาเรื่อยๆ จนเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศ ร.ต.ต.ในปี 2554 จากการพิจารณาของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ขณะเป็น ผบช.ภ.9 และดำรงตำแหน่งที่กองกำกับสืบสวน จ.สงขลา มีผลงานการจับกุมหลายคดี ทั้งคดีอาญา และเหตุระเบิดเมืองสงขลา 11 จุด เมื่อประมาณปี 2552 ได้ทำเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.สงขลา กรณีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลาเรียกรับเงินในโครงการกองทุนพัฒนาห้องผ่าตัดคลอดเวลาพิเศษ จนมีผลต้องยุติโครงการ และมีการสอบวินัยขั้นร้ายแรงผู้อำนวยการคนดังกล่าว และ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2557 ร.ต.อ.วัชรินทร์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หลังจับกุมตัว นายอุทัย คงจันทร์ และนายรุ่งรัตน์ พงศ์หนองโน ผู้เสียหาย แล้วเอามือไพล่หลัง ก่อนมัดด้วยเชือกมัดสายเคเบิลไทส์ โดย ร.ต.อ.วัชรินทร์ แอบอ้างที่ดินสาธารณะว่าเป็นของตนเอง และให้ผู้เสียหายออกจากที่ดินสาธารณะ เบ่งว่าตนเองเป็นตำรวจชั้นสูง

ในชั้นศาล ร.ต.อ.วัชรินทร์ รับสารภาพว่ากระทำผิดจริง ศาลแขวงจังหวัดสงขลามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท แต่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ต่อมาพล.ต.ต.กฤษกร ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ กรณีต้องคดีอาญา มีพฤติการณ์แสดงตนเป็นนายตำรวจ เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงเกียรติของข้าราชการ กระทำผิดแบบธรรมเนียมของข้าราชการที่ดี เป็นการเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คณะกรรมการกลั่นกรองการลงโทษมีความเห็นว่า พฤติการณ์ของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง รังแกประชาชน โดยมีคำสั่งปลดออกจากราชการ ร.ต.อ.วัชรินทร์ จึงมีหนังสือขอให้ ก.ตร.ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งปลดออกจากราชการ แต่ ก.ตร.มติว่า ร.ต.อ.วัชรินทร์ ถือได้ว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วร้ายแรง การที่มีคำสั่งปลดออกจากราชการถูกต้องเหมาะสมแล้ว ร.ต.อ.วัชรินทร์ จึงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.กฤษกร กับพวก ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนากลั่นแกล้ง

นอกจากนี้ ยังร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.สงขลา และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เอาผิด พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ อดีตผู้บังคับการ จ.สงขลา และ พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อมพวก กรณีถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช. และ สตง.เรื่อง การทุจริตเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยและเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่นายตำรวจหญิงคนสนิท และพวก รวมถึงเงิน พสร.และเงิน สปพ.ในพื้นที่เสี่ยงภัยของ 4 อำเภอใน จ.สงขลา โยงถึงเส้นทางการเงินจากการแต่งตั้งฉาวที่มากมายและซุกบัญชีคนอื่นถือครองแทนอีกด้วย

กระทั่งวันที่ 19 ม.ค.2561 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.ต.กฤษกร ลงลายมือชื่อในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ ชอบด้วยกฎหมาย และ พล.ต.ต.กฤษกร ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยความสุจริตและไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง คำร้องโจทก์จึงไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

หลังจากออกจากราชการ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ได้เคลื่อนไหวช่วยเหลือสังคม แฉพฤติกรรมทุจริตของตำรวจ เช่น ช่วยเหลือผู้นำทางศาสนาที่ถูกยัดข้อหาในคดียาเสพติด นำกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าลงพื้นที่ภาคใต้แจงความดำเนินคดีกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นตำรวจข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ช่วยเหลือนักธุรกิจ ถูกตำรวจเป็นชู้กับเมียแล้วยังใช้อำนาจรังแก โดยจะมีการนำเรื่องราวที่เคลื่อนไหวมาลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ มีผู้ติดตาม 76,767 คน โพสต์สุดท้ายคือ เรื่อง คดีเสือดำ