เปิดใจว่าที่ ส.ส.ล้มช้างเมืองคอน’สัณหพจน์ สุขศรีเมือง-‘ผมไม่ใช่โนเนม’

1520

การเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช หักปากกาเซียนยับเยิน เมื่อผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ 3 คน สามารถแย่งชิงที่นั่งจากอดีตส.ส.จากประชาธิปัตย์ที่ครองตำแหน่งส.ส.มายาวนาน 8-9 สมัยที่ครองตำแหน่งมายาวนานเกือบ 30 ปีลงได้ชนิดหักปากกาเซียน

ผลการนับคะแนนส.ส. ในจังหวัดนครศรีธรรมราช 3เขต ที่มีการล้มแชมป์เก่า อย่างให้กับพลังประชารัฐ ประกอบด้วยเขต 1 น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 สมัย แพ้ให้กับรศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ อดีตอาจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เขต นายวิทยา แก้วภราดัย แพ้ให้กับนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นักธุรกิจหนุ่มวัย 45 ปี และเขต 7 นายสุรเชษฐื มาศดิตถ์ อดีตส.ส. 8 สมัยแพ้ให้กับ นายสายัณห์ ยุติธรรม ซึ่งชัยชนะที่ฮือฮามากที่สุด ‘สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ที่ถูกมองเป็นม้ามืดเอาชนะนักการเมืองระดับตำนาน ‘วิทยา แก้วภราดัย’ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอย่างขาดลอย

‘ผมเรียนรู้การเมืองตั้งแต่ 9 ขวบ เห็นน้าลงสมัครส.จ. ต้องการทำงานการเมือง เห็นชาวบ้านมีปัญหาก็ต้องการจะช่วยเหลือ เพราะพื้นที่เชียรใหญ่ หัวไทร ปากพนัง เป็นพื้นที่ชาวสบ้านส่วนใหญ่ยากจน ไม่ได้รับการเหลียวแลตลอดหลายปีที่ผ่านมา อย่างเชียรใหญ่ทั้งอำเภอปัจจุบันยังไม่มี 7elevenเลย ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านทำงานการกุศลมานับ 10 ปีแล้ว’ สัณหพจน์ สุขศรีเมือง กล่าวเปิดใจ

อดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม.ปี 2556 กล่าวว่า คนนอกมองว่า เป็นม้ามืด หรือมีคนถูกมองให้มืด และไม่ใช่คนโนนเม เป็นทั้งจังหวัดรู้จักตน อย่างปี2545 ได้เป็นประธานบัณฑิตอาสา มีบัรฑิตของนครฯ 3,000คนรู้จัก จากนั้นได้เป็นวิทยากร สร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เคยคิดจะลงส.ส.ที่บ้านเกิด เมื่อปี 2551 แต่คิดว่าโอกาสมีน้อย แต่ก็ยังลงพื้นที่ ทำงานให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

‘ตั้งแต่ปี 2557 ผมทำธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ แต่ลงมาทำงานให้กับชาวบ้านเดือนละ 4-5 ครั้ง ลงมาตลอด กิจกรรมการกุศาลหาเงินบำรุงโรงเรียน ช่วยเด็กยากจน จนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านเป็นอย่างดี แต่ก็ยอมรับว่ากระแสลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)ที่ลงมาช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายปาบึกก็มีส่วนช่วยให้คะแนนดีขึ้น’ เขากล่าว

สัณหพจน์ สุขศรีเมือง กล่าวว่า เข้ามาเป็นส.ส.ด้วยเสียงบริสุทธ์ ไม่ได้ใช้เงินซื้อเสียง เพราะต้องการทำการเมืองให้สะอาด เมื่อได้เป็นส.ส.แล้ว นอกจากมีหน้าที่ออกกฎหมาย ก็จะเป็นปากเสียงนำความเดือดร้อนของชาวบ้านให้มีการแก้ปัญหา อย่างกรณี ปัญหาการประมง ที่จะต้องแยกระหว่างประมงชายฝั่งที่เป็นชาวบ้านกับประมงธุรกิจให้ชัดเจน อำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินได้สะดวก การแก้ปัญหาสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน

‘ต้องจะเร่งประสานกับทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราขการจังหวัด ผู้นำชุมชุน สร้างการท่องเที่ยวของชาวบ้านใน 3 อำเภอให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว เพราะปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ มีของดีมากมาย มีลำคลองที่สวยงาม มีผลิตผลของชาวบ้านต้องทำให้เป็นที่รู้จัก ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ใให้กับชาวบ้านให้อยู่ดีกินดีขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจทำมาก่อน ผมจะทำให้สำเร็จ’ สัณหพจน์ สุขศรีเมือง กล่าวถึงเป้าหมายการทำงาน