พระราชดำรัส เปิดงานเมาลิดกลาง ‘สิ่งที่มุสลิมควรปฏิบัติ’

721

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิด “งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๔๐”

วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๙.๒๙ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายัง ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก เพื่อทรงเปิด “งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๔๐”

เมื่อเสด็จฯถึงศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ในฐานะประธานอำนวยการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๔๐ นายอนันต์ วันเอเลาะ ประธานจัดงานฯ พร้อมคณะกรรมการจัดงานเฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเข้าสู่ที่ประทับภายในสถานที่จัดงาน นายอัมรินทร์ มีสุวรรณ ประธานฝ่ายหนังสืออนุสรณ์ เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายหนังสืออนุสรณ์งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๔๐ นายดิเรก วันแอเลาะ เลขานุการคณะกรรการจัดงานฯ เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายของที่ระลึก

ต่อมานายปรานนท์ มุสตาฟา ผู้ชนะเลิศการทดสอบกอรี ในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๓๙ อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน โดยนายปริญญา ก้อพิทักษ์ คณะกรรมการจัดงานให้ความหมายภาษาไทย และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กราบบังคมทูลชีวประวัติของบรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยสังเขป นายอนันต์ วันแอเลาะ ประธานจัดงาน กราบบังคมทูลวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้ชนะเลิศการทดสอบกอรี ประเภทชายทั่วไป และผู้ชนะเลิศการแข่งขันทดสอบกอรี ประเภทหญิงทั่วไป และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานรางวัลพร้อมโล่เกียรติคุณ จำนวน ๑๓๐ ราย และทรงมีพระราชดำรัสเปิดงาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ความว่า

ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้มาร่วมงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย อันเป็นกุศลกิจที่ท่านทั้งหลายร่วมกันจัดขึ้นมาเป็นประจำทุกปี เพื่อระลึกถึงพระคุณของท่านศาสดามุฮัมหมัด ขอขอบใจในไมตรีจิตของทุกท่านๆ ที่มีต่อข้าพเจ้าตลอดมา

ตามที่ได้รายงานให้ทราบถึงชีวประวัติของท่านศาสดามุฮัมมัด โดยเฉพาะ ในข้อที่ว่า ท่านสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกรณียกิจได้อย่างสมบูรณ์ ในสังคมที่มีความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์นั้น นับว่ามีความหมายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นแบบอย่างอันประเสริฐของการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม

ดังนั้น หากชาวไทยมุสลิมทุกคน จะได้น้อมรำลึกถึงพระคุณของท่านศาสดามุฮัมหมัดในโอกาสอันสำคัญยิ่งนี้ ด้วยการตั้งใจศึกษาหลักธรรมคำสอนของท่านให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เเละถูกตรง แล้วน้อมนำมายึดถือปฏิบัติในการดำรงชีวิตอย่างเคร่งครัดและจริงใจแล้ว ก็จะเป็นทางหนึ่งในการเเสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อท่านอย่างดีที่สุด เเละส่งเสริมให้แต่ละคนประสบความสุขความเจริญในชีวิต ตลอดจนอยู่ร่วมกับทุกคน ทุกเชื้อชาติศาสนา ได้อย่างผาสุกร่มเย็น ตลอดไป

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์ที่เดิม นายวีรยุทธ มังประเสริฐ ประธานฝ่ายพิธีการศาสนา อ่านบทสดุดีพระเกียรติคุณบรมศาสดามูฮำมัด ซอลลัลลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นภาษาอาหรับ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี นำกล่าวขอพรถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นภาษาอาหรับ พร้อมการประสานเสียงจากคณะกรรมการอิสลามและอิหม่ามประจำมัสยิดต่างๆ ขณะนั้นเองสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยกพระหัตถ์ ตามจุฬาราชมนตรี และทรงยืน

จบแล้วเสด็จฯออกจากที่ประทับไปยังบริเวณจัดงานนิทรรศการ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ “ศาสดามุฮัมหมัด ผู้ยืนหยัดในสัจธรรม ผู้นำการปฎิรูปสังคม” ตามพระราชอัธยาศัย เมื่อสมควรแก่เวลาเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต