พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค

151

วันที่ 5 พ.ค.62 เวลา 16.49  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายมหาจักรี สายสร้อยจุลจอมเกล้า ทรงพระมาลาเส้าสูง และทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราชมเหศวร เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งทางพระทวารเทเวศรรักษา ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค โดยพระราชยานพุดตานทองจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร-วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 7.15 กิโลเมตร บริเวณถนนราชดำเนินกลางพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและชื่นชมพระบารมี

รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลา 16.59 น.  ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จออกจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

เวลา 17.03  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ตามโบราณราชประเพณี ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา  นเรนทิราเทพยวดี  ทรงร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระดำเนินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ในฐานะที่ทรงดำรงพระยศเป็นราชองครักษ์ในพระองค์

มีกองทหารแห่นำริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางพิมานไชยศรี วิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายไปตามถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนตะนาว เลี้ยวขวาถนนบวรนิเวศ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ  เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา เสด็จฯ ไปถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งถวายสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฆฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชกรรมวาจาจารย์ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ถวายอดิเรก

เสด็จออกจากพระอุโบสถประทับพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาถนนเฟื่องนคร เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยข้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เสด็จฯ ไปทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นชานพระอุโบสถ บรรพชิตจีน และญวณถวายพระพร เสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี (ฉัพพรรณรังสี) จากนั้นทรงอัญเชิญพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี สวมที่พระเศียรพระพุทธอังคีรส ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระอริยวงศาคตาญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชอุปธยาจารย์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก

จากนั้นเสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปยังเกยข้างวัดราชบพิธฯ ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนเฟื่องนคร เลี้ยวขวาไปตามถนนเจริญกรุง เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระสงฆ์ถวายอดิเรก เสด็จออกจากกพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปยังเกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท

สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้นมีระยะทาง 7.15 กม. เป็นการเดินกึ่งสวนสนาม 75 ก้าวต่อนาที เน้นเท้าตามจังหวะดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลงได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดยชุดแบกหามพระราชยาน ใช้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เป็นเจ้าพนักงานแบกหามพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง  จำนวน 16 นาย จัด 5 ผลัด เปลี่ยนผลัดแบกหามทุก 500-800 เมตร ใช้การเปลี่ยนคนแบกหามขณะเคลื่อนที่ โดยไม่หยุดขบวน และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนผลัดแบกหามก่อนทุกครั้ง

การจัดริ้วขบวนยึดตามแบบโบราณราชประเพณีและพระราชนิยม ผู้เข้าขบวนส่วนใหญ่แต่งกายตามแบบโบราณ เว้นแต่ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ, ทหารรักษาพระองค์ในขบวนทหารเกียรติยศนำและตาม อีกทั้งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียง ที่แต่งกายชุดเต็มยศทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยริ้วขบวนแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ  ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ ขบวนเสด็จฯ เป็นขบวนกลาง  และขบวนหลัง เป็นขบวนตาม

ขบวนหน้า ตำรวจม้านำ จำนวน 2 ม้า พลประจำม้า ม้าละ 3 นาย จำนวน 6 นาย จัดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,วงดุริยางค์วงนำ จำนวน 107 นาย จัดจาก วงดุริยางค์ทหารบก แต่งกายด้วยเครื่องแบบชุดเต็มยศ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สังกัด กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ที่ 1 รักษาพระองค์ สวมเสื้อสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง กางเกงดำแถบแดง แขนเสื้อปักดิ้นทองเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ วปร. สวมหมวกพู่สีดำ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์, กองบังคับการกองผสม จำนวน 10 นาย จัดจาก ผู้บังคับหน่วยระดับ ผู้บังคับการกรม จากหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 จำนวน 8 กรม โดยมี พลตรีทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติหน้าที่ เป็น ผู้บังคับกองผสม และตามด้วย นายทหารคนสนิท ซึ่งมีผู้บังคับการกรมทหารรักษาพระองค์ อีก 8 กรม เป็นตัวแทนของหน่วยทหารรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่เป็น นายทหารประจำกองบังคับการกองผสม,กองพันทหารเกียรติยศนำเสด็จฯ จำนวน 166 นาย จัดจาก กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 1 รักษาพระองค์,

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จฯ ประกอบด้วย ส่วนนำริ้ว ได้แก่ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว,ประตูหน้า ขวาและซ้าย,สารวัตรขบวน จัดจาก หน่วยราชการในพระองค์ ,ถัดมาเป็นธง 3 ชายหักทองขวาง อีก 2 หมู่ธง เชิญอยู่ในริ้วขวาและซ้าย จากนั้นตามมาด้วยตอนเครื่องประโคม เริ่มต้นที่ กลองมโหระทึก 4 กลอง ขวา 2 ซ้าย 3 พนักงานตีประโคมตลอดเส้นทาง มีสารวัตรกลองมโหระทึก เดินอยู่ย่านกลาง ตามมาด้วยริ้วขบวนกลองชนะ จากโรงเรียนเตรียมทหารกลองชนะแดงลายทอง 40 ต่อด้วยกลองชนะทอง อีก 40 เดินอยู่ริ้วทางขวา และมีกลองชนะเขียวลายเงิน 40 และกลองชนะเงิน อีก 40 เดินอยู่ซ้าย  มีสารวัตรกลอง 4 นาย เดินอยู่ย่านกลาง มีจ่าปี่ จ่ากลอง คอยประโคมและคุมจังหวะกลองชนะทั้งหลาย โดย เดิน ฟากละ 2 ซ้าย ขวา 2 สาย ซ้าย 2 สาย รวมเป็น 4 สาย และเครื่องประโคม ประกอบด้วย ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ โดยจัด แตรฝรั่งเดิน 2 ข้าง ซ้ายและขวา โดยเดินข้าง 2 สาย สายละ 5 รวมข้างละ 10 นาย ตามด้วยแตรงอน เดินข้างละ 2 สายสายละ 8 รวมข้างละ 16 และปิดท้ายด้วย สังข์ เดินข้างละ 4 รวมเป็น 8 สังข์

จากนั้นเป็นตอนผู้อำนวยการริ้วขบวน โดยมีประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฝ่ายต่างๆ ,ผู้บัญชาทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วม เดินในริ้วขบวน นำโดยพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และปิดท้ายด้วยตอนอำนวยการริ้วด้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และแม่ทัพภาคที่ 1

 

ส่วนพระราชยาน ประกอบด้วย 3 ตอนการเดิน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหน้า ตอนพระราชยาน ตอนเครื่องสูงหลัง ตอนเครื่องสูงหน้า จัดตอนการเดิน เป็น 3 สาย ได้แก่ ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าขวา ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าซ้าย และริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า เดินเป็นสายกลาง ระหว่างริ้วขบวนขวาและซ้าย

จากนั้นก็จะเข้าสู่ ตอนพระราชยาน ประกอบด้วยเจ้าพนักงานเชิญฉัตรกรรภิรมย์,กรับสัญญาณ,พราหมณ์เป่าสังข์,ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ 2 สาย สายละ 8 รวมเป็น 16 นาย,นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยพระครุฑพ่าห์,กำกับพระราชยานพุดตานทอง1,คนคุมเจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 1,เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 16 นาย,เจ้าพนักงานถือม้ารองพระราชยานพุดตานทอง 8 นาย,เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทองสำรองผลัดหนุน 16 นาย จากทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์,มหาดเล็กเชิญพระแสงรายตีนตอง 4 นาย เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญ พระแสงศาสตราวุธสำคัญ 4 องค์ ได้แก่ 1.พระแสงดาบคาบค่าย 2.พระแสงดาบใจเพชร 3.พระแสงดาบอัษฏาพานร และ 4.พระแสงดาบนาคสามเศียร ลายมงคล 8 จัดจาก ข้าราชบริพารในพระองค์ หน่วยราชการในพระองค์,มหาดเล็กในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จาก หน่วยราชการในพระองค์,ราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จากสำนักงานฝ่ายเสนาธิการประจำพระองค์ 904,ริ้วเจ้าพนักงานอินทร์เชิญทวนเงินคู่เคียงพระราชยานทางซ้าย 8 นาย มีกำกับอินทร์ เป็นผู้เดินนำ และ ริ้วเจ้าพนักงานพรหมเชิญทวนทอง คู่เคียงพระราชยานทางด้านขวา 8 นาย มีกำกับพรหม เป็นผู้เดินนำ,ขนาบคู่เคียงพระราชยานวงนอกสุด ได้แก่ แถวทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จ ข้างละ 2 สาย สายละ 12 นาย รวมเป็นข้างละ 24 นาย โดยแต่ละข้างจะมีพลแตร 2 นาย และมีนายทหารผู้บังคับบัญชาของแถวแซงเสด็จ ข้างละ 5 นาย โดย แถวแซงเสด็จขวา มี พลเอกจักรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จขวา และ แถวแซงเสด็จซ้าย มีพลเอกอภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จซ้าย

ถัดมาเป็นตอนเครื่องสูงหลังประกอบด้วย ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหลัง ขวาและซ้าย โดยริ้วสายหนึ่ง ประกอบด้วย ฉัตร 7 ชั้น 1 องค์ ฉัตร 5 ชั้น 5 องค์ และมีบังแทรก แทรกอยู่ระหว่างฉัตรแต่ละองค์ จำนวน 3 คัน ทั้ง 2 สาย และมีริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า ซึ่งมีทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นผู้เชิญพระแสงศาสตราวุธ จำนวน 10 องค์ เชิญมาเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เดินอยู่สายกลางระหว่างเครื่องสูงหน้าทั้ง 2 สาย โดยพระแสงหว่างเครื่องที่เชิญมา ได้แก่ พระแสงดาบด้ามนาค จำนวน 5 องค์ ตามด้วยพระแสงหอกพระมหากฐินน้อย พระแสงง้าวด้ามไม้มะริดฝักถม พระแสงทวนด้ามทอง พระแสงหอกตรีศูลด้ามยาวและพระแสงง่ามด้ามไม้ต่อทอง

จากนั้นจะเป็นริ้ว มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ จำนวน 8 นาย ซึ่งทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญพระแสงสำคัญประจำแต่ละรัชกาล จำนวน 8 องค์ 1.พระแสงดาบคาบค่าย (องค์ที่2) 2.พระแสงดาบเวียด 3.พระแสงดาบฟันปลา4.พระแสงดาบแฝด 5.พระแสงดาบฝักมุกทรงเดิม 6.พระแสงดาบฝักทองเกลี้ยง 7.พระแสงขรรค์นวโลหะ และ8.พระแสงดาบมรกต (ร.7) ตามด้วยริ้วมหาดเล็กเชิญเครื่องตาม เป็นริ้วของมหาดเล็กฝ่ายที่ประทับ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ราชูปโภค จำนวน 16 รายการ

ปิดท้ายริ้วขบวนด้วยขบวนหลัง ประกอบด้วยวงดุริยางค์ วงตามจากวงดุริยางค์ทหารบก สนธิกำลังด้วย วงดุริยางค์ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จำนวน 107 นาย ,กองพันทหารเกียรติยศตามเสด็จ จำนวน 166 นาย จัดจากกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 11 รักษาพระองค์ และมีการจัดขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนที่ตามริ้วขบวน