300 ชีวิตกะเหรี่ยงท่าสองยาง ถูกน้ำท่วมไร้ทางออก ต้องโหนสลิงหนีน้ำ

41

ฝนถล่มท่าสองยางต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน..ล่าสุดดินภูเขาอุ้มน้ำไม่อยู่พังทลายลงปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้าน พี่น้องชาวกะเหรี่ยงกว่า 300 ชีวิตต้องเดินลุยโคลนแทน ขณะที่ นอภ.สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวัง 24 ชม.

วันนี้ (9 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีฝนตกหนักสะสมกันหลายวันบนภูเขาจุดเสี่ยงภัยเขตชายแดน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ช่วงเช้าที่ผ่านมามีรายงานด่วนว่าเกิดเหตุดินภูเขาสไลด์ตัวลงปิดทับเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านทีซอแม หมู่ที่ 8 เชิงเขาสูงเขตท่าสองยาง

จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสำนักสงฆ์บ้านทีซอแม พบดินภูเขาที่อุ้มน้ำไว้ไม่ไหวเกิดการพังทลายลงมาพร้อมกับต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้น ปิดทับถนนสองจุดระยะทางยาวไม่ต่ำกว่า 20 เมตร และยังคงเกิดการพังทลายลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้ถนนทางเข้าออกหมู่บ้านถูกปิดตายรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านที่ล้วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงกว่า 300 ชีวิตต้องเดินลุยกองโคลนเข้า-ออกหมู่บ้านแทน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เร่งเดินทางเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกหนักและยังเสี่ยงดินสไลด์ขึ้นอีกหลายจุด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอท่าสองยางอยู่ระหว่างเร่งสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าไปตัดกิ่งต้นไม้ที่ล้มปิดทับถนน ท่ามกลางฝนตกอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านแม่ตะวอ อ.ท่าสองยาง ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (8 ก.ค.) ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นและทรัพย์สินของชาวบ้านเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะที่เหนือหมู่บ้านบอลูโค๊ะ มีคณะครูและนักเรียนสอนศาสนาไม่ต่ำกว่า 20 คนหนีน้ำป่าไม่ทันติดอยู่กลางน้ำป่า จนหน่วยกู้ภัยและส่วนราชการต้องเข้าไปช่วยชีวิตสุดระทึกมาแล้วนั้น

เช้าวันนี้ระดับน้ำที่ท่วมหมู่บ้านแม่ตะวอหลายจุดได้ลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าต้นใหม่ ด้านหน่วยกู้ชีพมูลนิธิเพชรเกษมท่าสองยาง พร้อมตำรวจ ทหารพราน และฝ่ายปกครอง ก็เร่งนำถุงยังชีพออกแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก

ส่วนนักเรียนและครูที่ประสบเหตุติดน้ำป่านั้น หลายคนยังคงตกใจกลัว และยังไม่กล้ากลับเข้าไปที่โรงเรียน ต้องพักอาศัยกับบ้านญาติในที่ปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปปลอบขวัญให้กำลังใจ

ขณะที่นายประทีป โพธิ์เที้ยม นายอำเภอท่าสองยาง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด และให้พร้อมเข้าช่วยเหลือชาวบ้านได้ทันทีถ้าเกิดเหตุขึ้นซ้ำสอง โดยมีการบูรณาการกู้ภัยร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ชาวบ้านในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง