จีนคุกคามมุสลิมหนัก! สั่งปลอดป้ายฮาลาลอาหรับและสัญลักษณ์มุสลิมร้านอาหาร

1477

จีนสั่งปลอดป้ายฮาลาลและสัญลักษณ์มุสลิมในร้านอาหารในปักกิ่ง ระบุไม่วัฒนธรรมจีน หวังสลายวัฒนธรรมอื่นใหเป็นจีน

ปักกิ่ง (รอยเตอร์) -ทางการจีนสั่งให้ร้านอาหารมุสลิมที่ติดป้ายฮาลาลภาษาอาหรับ ให้ลบข้อความออก ระบุ ไม่ใช่วัฒนธรรมของจีน

อักษรภาษาอาหรับและสัญลักษณ์มุสลิม อาทิ ฮาลาลภาษาอาหรับ สัญลักษณ์ดาวเดือน หรือจันทร์เสี้ยว ที่ติดอยู่หน้าร้านอาหารจีนมุสลิมในกรุงปักกิ่ง 11 แห่ง ถูกทางการสั่งให้ลบออก หรือใช้วัสดุปกปิด

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้เดินทางไปยังร้าน และลอกกับทางร้าน ให้นำตราฮาลาล ออก

“นี่เป็นวัฒนธรรมต่างประเทศและคุณควรใช้วัฒนธรรมจีน”

การรณรงค์ต่อต้านการใช้ภาษาอาหรับภาษาอารบิกและสัญลักษณ์อิสลามถือเป็นขั้นตอนใหม่ของการขับเคลื่อนที่มีความพยายามมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่า ศาสนาสอดคล้องกับวัฒนธรรมจีนกระแสหลัก

การรณรงค์ครั้งนี้ได้รวมการกำจัดโดมแบบตะวันออกกลางในมัสยิดหลายแห่งทั่วประเทศและให้ใช้สถาปัตยากรรมเจดีย์แบบจีนแทน

ทั้งนี้ ในประเทศจีน มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ประมาณ 20 ล้านคนได้รับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลได้รณรงค์ให้ผู้ซื่อสัตย์สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์

ซึ่งไม่ใช่แค่มุสลิมที่ทางการสั่งห้ามติดสัญลักษณ์อิสลาม แต่ เจ้าหน้าที่ได้ปิดโบสถ์คริสต์ใต้ดินหลายแห่งที่ก่อสร้าง

จีนพยายามเข้าควบคุมชาวมุสลิมเป็นพิเศษตั้งแต่การจราจลในปี 2552 ระหว่างชาวอุยกูร์มุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุมน้อยกับชาวจีนฮั่นชนส่วนใหญ่ในเขตตะวันตกของซินเจียง และมีการปราบปรามอย่างรุนแรง

หลังจากนั้น ได้มีความเข้มงวดเรื่องชาติพันธุ์ มีการจับกุมและดำเนินการกับชาวอุยกูร์มุสลิมให้เป็นคนจีน ส่งผลให้ชาวอุยกูร์บางคนหลบหนีจากการควบคุมของรัฐบาล ที่สงสัยว่า มีส่วนร่วมในการโจมตีเจ้าหน้าที่ด้วยมีดและวางระเบิดในพื้นที่สาธารณะ

นโยายการการสลายชาติพันธุ์และศาสนาของจีน ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากประเทศตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการกักขังชาวอุยกูร์มุสลิม เพื่อสลายสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า Islamization