ล็อก’อาแบ’ตัวการบึมกรุุง คาด่านสุไหงโกลก-บิ๊กตู่เผยจับแล้ว 9 ผบ.ตร.ลงใต้สอบเค้นเอง

310

จับ“อาแบ” ตัวการสำคัญระเบิดป่วนกรุง คาด่านสุไหงโกลก พร้อมตรวจยึดเก๋งยาริส ชุดสืบนครบาลร่วมกับภาค 9 ล็อกอีก 2 หนุ่มนราธิวาส ตามคำซัดทอดลูไอและวิลดัน 2 ผู้ต้องหาวางบึมป้าย สตช. ด้านผบ.ตร.บินลงใต้สอบเค้นทีมระเบิดด้วยตัวเอง 

จากเหตุวางระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครหลายจุด เน้นรอบบริเวณสถานที่ประชุม รมต.อาเซียน เริ่มตั้งแต่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้านขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ และหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1-2 ส.ค. ตำรวจจับกุมนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยที่ลงมือซุกระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทันควันที่ จ.ชุมพร และถูกคุมตัวกลับไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถาม จ.ยะลานั้น ความคืบหน้ามีรายงานเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุง พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.นำชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเดินทางไปที่ศูนย์ซักถามของ ศปก.ตร.สน.จ.ยะลา สถานที่ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อคดีวางระเบิดที่ป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่

รวบแล้ว “อาแบ” ตัวสำคัญป่วนกรุง

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวน บช.น.ได้ร่วมกับชุดสืบสวน บช.ภ.9 เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาอีกหลายจุด โดยเฉพาะนายอาแบ หรือแบรี ผู้ต้องหาตัวสำคัญ หัวหน้าของกลุ่มมือวางระเบิดได้แล้ว สามารถติดตามจับกุมได้บริเวณตะเข็บชายแดนภาคใต้ ขณะกำลังหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายอาแบ หรือแบรี เป็นคนที่นำระเบิดให้นายลูไอและนายวิลดันพร้อมพวก บริเวณข้างห้างเจเจ มอลล์ ย่านจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ก่อนผู้ร่วมขบวนการจะนำระเบิดไปวางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุดอื่นๆ

ยึดรถอาแบส่งตรวจดีเอ็นเอ

จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายอาแบ หรือแบรี เข้ามาดูลาดเลาและเตรียมการล่วงหน้า โดยนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. มีการวางแผนร่วมกับผู้ร่วมก่อเหตุที่หอพักเพื่อนสาวแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ได้นัดพบปะกับพรรคพวกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว เป็นพาหนะ มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนสามารถติดตามยึดรถเก๋งคนร้ายได้แล้ว เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมและดีเอ็นเอของคนร้าย

ล็อกอีก 2 หนุ่มนราฯต้องสงสัย

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีระเบิดป่วนกรุงเทพฯ ได้เพิ่มอีก 2 คน ทราบชื่อนายมูฮำหมัดฮาซัน มะ อายุ 22 ปี ชาว อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ อายุ 28 ปี ชาว อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถ จยย.อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 ส.ค. ตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 คนมีหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดป่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พาค้นบ้านก่อนคุมตัวเค้นสอบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถ จยย.และควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปตรวจค้นบ้านพัก แต่ไม่มีรายงานว่าพบวัตถุพยานหรือเอกสารใดๆ ที่เชื่อมโยงหรือมีส่วนรู้เห็นพัวพันกับเหตุระเบิดในกรุงเทพฯหรือไม่ ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลอย่างละเอียดอีกครั้งที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.ส่วนหน้า อ.เมืองยะลา สถานที่เดียวกับที่ควบคุมตัวนายลูไอ และนายวิลดัน 2 ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ลูไอ–วิลดัน ซัดทอดร่วมทีมบึม

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ศปก.ตร.ส่วนหน้า จ.ยะลา ถึงเบื้องหลังการจับกุมนายมูฮำหมัดฮาซัน และนายมูฮัมมัดอิลฮัม 2 ผู้ต้องสงสัยรายล่าสุดว่า เป็นผลมาจากการสอบสวนนายลูไอ และนายวิลดัน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมก่อนหน้า ซัดทอดถึงผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่แกะรอยติดตามจับกุมได้ทั้งคู่ขณะกำลังจะหลบหนีข้ามชายแดนไปยังประเทศมาเลเซีย อยู่ระหว่างเค้นสอบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ขณะที่ญาติของผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้นำสิ่งของเสื้อผ้ามาเยี่ยม

เข้มพื้นที่โกลก–ตากใบ–แว้ง

รายงานระบุต่อว่า หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯได้เพิ่มอีก 2 คน ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่มีพรมแดนติดกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบยานพาหนะ และบุคคลที่สัญจรไปมาเพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะแฝงตัวหลบหนีข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ที่ด่านพรมแดนทั้ง 3 อำเภอ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกระหว่างประเทศอย่างเข้มงวดเช่นกัน และยังให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามช่องทางธรรมชาติข้ามแนวพรมแดนคอยสังเกตการณ์และตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่ใช้เส้นทางผ่านเข้าออกด้วย

บิ๊กแป๊ะบินเค้นสอบทีมบึมเอง

มีรายงานว่า วันที่ 7 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่ร่วมเดินทางมากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดว่าน่าจะมีการเดินทางมาที่ ศปก.ตร.สน.ร่วมสอบสวนปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองก่อนให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก ไม่น่าเกินวันที่ 9 ส.ค.

ขอศาลออกหมายจับลูไอ–วิลดัน

มีรายงานว่า คณะทำงานสืบสวนสอบสวนชุดของ พล.ต.ท.สุวัฒน์ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด อุปกรณ์ส่วนประกอบระเบิด ผลตรวจของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดอีโอดีของ บก.สปพ. และผลของสถานที่เกิดเหตุ เสื้อผ้าของกลุ่มคนร้ายที่นำมาทิ้งไว้ห้างสินค้าเจเจมอลล์ ย่านหมอชิต ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีระเบิดเบื้องต้นก่อน 2 ราย คือนายลูไอ และนายวิลดัน ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ต้องหาชุดแรกที่ถูกออกหมายจับกุมดำเนินคดี

รวบรวมรายละเอียดจ่อขออีก 4

ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุวางระเบิด ที่ศูนย์ราชการ 2 คน ในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และในพื้นที่ สน.ปทุมวัน อีก 2 คน ชุดสืบสวนกำลังรวบรวมรายละเอียดนำภาพของผู้ต้องสงสัย ประสานข้อมูลของ ศปอก.สน.ภาค9 และ บช.ภ.9 เพื่อตรวจหาประวัติรายชื่อ ที่อยู่ผู้ต้องสงสัยมาขออนุมัติหมายจับกุมเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะขออนุมัติหมายเพิ่มอีก 4 คน

ส่องวงจรปิดหมอชิต 11 วันย้อนหลัง

มีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ย้อนหลังไป 11 วัน จากวันที่ 1 ส.ค. วันที่นายลูไอ และนายวิลดัน ก่อเหตุนำระเบิดวางที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. พบผู้ต้องสงสัยกลุ่มคนร้ายหลายราย คาดว่าเป็นทีมงานระเบิดป่วนกรุง เนื่องจากผู้ต้องสงสัยแต่งกายคล้ายกับผู้ก่อเหตุวางระเบิด คือ สะพายเป้ไว้ด้านหลัง ใส่หมวก และใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า น่าเชื่อเดินทางฝังตัวที่ กทม.ล่วงหน้า ก่อนลงมือ

แฉ 4 มือบึมกลับพร้อมลูไอ–วิลดัน

ในส่วนภาพกล้องวงจรปิดที่สถานีหมอชิตใหม่ พบผู้ต้องสงสัย 4 คน ก่อเหตุวางระเบิดที่ศูนย์ราชการฯ และบีทีเอสช่องนนทรี พบว่า หลังก่อเหตุขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทะเบียน 15-5617 กรุงเทพมหานคร ช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. เพื่อหลบหนีลงใต้ คันเดียวกับที่นายลูไอและนายวิลดัน นั่งไปก่อนทั้งคู่ถูกจับตัวได้ที่ จ.ชุมพร แต่ขณะจับกุมชุดสืบสวนได้รับรายงานข้อมูลผู้ก่อเหตุวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพียง 2 คน ผู้ก่อเหตุที่ศูนย์ราชการอีก 4 คน เล็ดรอดไปได้ ขณะนี้รู้ตัวมือวางระเบิดทั้ง 4 คนแล้ว อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

Cr.thairathonline