เปิดประวัติ 2 โจรปล้นร้านทองนาทวี’ไซฟุูดดิน-แวอูเซ็ง’ก่อคดีโชกโชน ชั่วเข้าสายเลือด

936

ประวัติ 2 โจรปล้นร้านทองนาทวี ก่อคดีโชกโชน หมายจับติดตัวเพียบ ตั้งแต่ปล้นเต้นท์ขายรถนทวี และยิงเจ้าหน้าที่อีกหลายคดี แฉก่อคดีหวังเงิน ส่งขบวนการ

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 เตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง  และนายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ  ซึ่งเป็น 2 คนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีปล้นร้านทองสุธาดา กลางตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา ครั้งมโหราฬกกวาดทองคำไปได้น้ำหนักกว่า 2,400 บาท มูลค่าเสียหายกว่า 85 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภาค 9) พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ดำรัช วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จ.ปัตตานี) พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้ร่วมกันวิเคราะห์เบาะแสลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายไปที่การลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ผ่านมา จากเบาะแสมีความเข้าใจว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ แต่พบความพยายามก่อเหตุหวังเอาเงินภายในตู้ ซึ่งภายหลังรู้วิธีการระเบิดตู้เพื่อนำเงินในตู้ไปได้แล้ว จนกระทั่งมาทำการปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี ดังกล่าว จึงวิเคราะห์ว่านำเงินไปสนับสนุนขบวนการ ส่วนการติดตามทองที่ถูกปล้นไปว่าจะมีการนำไปหลอมขายแล้วนำเงินกลับมาสู่กลุ่มขบวนการซึ่งเป็นอีกเบาะแส

ส่วนของรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในห้วงหลังที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์ว่า การก่อเหตุมีการพัฒนารูปแบบเป็นการปล้นทรัพย์เพื่อนำเงินสนับสนุนกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ผบช.ภาค 9 ระบุว่า มีการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุเหมือนกันว่า ขบวนการต้องการนำเงินไปทำอะไรหรือไม่สามารถควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้แล้ว หรือ ผลจากการประกาศใช้ชุดจรยุทธควบคุมหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายของแม่ทัพภาค 4 ส่งผลให้มีการกดดันกลุ่มแนวร่วมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนทำมีการรวมกลุ่มและไม่รู้ทำอะไรจึงชวนกันก่อเหตุปล้นขึ้นมา

ด้าน พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังฝ่ายตำรวจมีการสืบสวนสอบสวนพบเบาะแสประเด็นสาเหตุของการปล้นร้านทอง ซึ่งมีกลุ่มขบวนการเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหาเงินสนับสนุนขบวนการหรือไม่นั้น ฝ่ายกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้มีคำสั่งปรับรูปแบบกำลังพลเข้ามาร่วมทำงานประสานกับฝ่ายตำรวจ และปกครอง เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะ 4 อำเภอของ จ.สงขลากลายเป็นพื้นที่หลบหนีและซ่องซุ่ม และพื้นที่เองไม่มีกฎหมายบังคับใช้รับรอง จึงกลายเป็นแหล่งพังพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ ดังนั้นการปรับแผนจึงต้องดึงกำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดูแลควบคุมพื้นที่ต่อไป.

จากการตรวจสอบประวัติของ 2 คนร้ายสำคัญ พบว่าเคยก่อคดีสุดโหดมาแล้วอย่างโชกโชน

นายไซฟุูดดิน หะยีปูเต๊ะ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิ อาญาจำนวน 4 หมาย ประกอบด้วย

1. คดีปล้นรถเต็นท์วังโต้ พื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 หมายศาลจังหวัดนาทวี ที่จ. 304/2560

2. ขยายผลการจับกุมนายฮีซาม มอซู พื้นที่ อ.ควนโดน จ.สตูล เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 หมายศาลจังหวัดสตูลที่  จ.166/2560

3. คดีคนร้ายยิงและขว้างระเบิดสนง.การไฟฟ้าโคกโพธิ์ พื้นที่ อ. คกโพธิ์ จ.ปัตตานี หมายศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.509/2561

4. คดียิงนางกัญญารัตน์ ยศอักษร เสียชีวิต พื้นที่อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ. ปัตตานี หมายศาลจังหวัดปัตตานีที่ จ.28/2562

นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง ผู้ต้องหาตามหมายจับป.วิ อาญา จำนวน 3 หมาย

1. คดียิง อส.หญิงประภาพร แก้วมณีรัตน์ เสียชีวิต พื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557 หมายจับศาลจังหวัดปัตตานีที่ จ. 695/2561

2. คดียิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน 4303 เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อ 11 กันยายน 2561 หมายจับศาลจังหวัดปัตตานีที่ จ. 517/2561

3. คดียิงร้านข้าวแกงปลาดุก ราษฎรบาดเจ็บ พื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 หมายจับศาลจังหวัดปัตตานีที่จ.3 44/2562