ตั้งโต๊ะ แถลง! “พุทธิพงษ์” ยันจับตัว”แกนนำ”กลุ่มคนเลือกตั้ง ยึดกฎหมาย ปัดกลั่นแกล้ง

104

“พุทธิพงษ์” ตั้งโต๊ะ แถลงข่าว บก.ปอท.จับตัว”กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์” แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ปม โพสต์ข้อมูล เข้าข่าย ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง ปัด จนท.ทำข้ามขั้นตอน โดยไม่ได้ออกหมายเรียก ชี้ ศาลออกหมายจับแล้ว

วันนี้ (8 ต.ค.) เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ร่วมแถลงผลการจับกุม นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ในข้อหาตามมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีได้ก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ (แฮชแท็ก) ที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊ก และสร้างความเกลียดชัง ข้อความที่โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณ 100 ข้อความ และแชร์กว่า 50 ครั้ง จนอาจทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจ ดังนั้น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้สั่งการให้ บก.ปอท.ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติหมายจับของศาลอาญาจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วานนี้ (7 ต.ค.) จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธแต่ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์เอง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (5) อัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ด้วยเช่นกัน ส่วนกรณีประชาชนตรวจพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ สามารถแจ้งมายัง บก.ปอท. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2142-2556 และ 0-2142-2557 หรือทางเว็บไซต์ tcsd.go.th เพื่อดำเนินการปิดกั้น ระงับ ยับยั้งตามช่องทางของกฎหมาย และสืบสวนจับกุมผู้นำเข้าเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อไป

ด้านนายพุทธิพงษ์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหาพบว่า ได้มีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก รวมทั้งการจับกุมผู้ต้องหาก็ไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม

“ส่วนที่ไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อน จะรุนแรงไปหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายหลังยื่นคำร้องต่อศาลก่อนอนุมัติออกหมายจับ หากเจ้าหน้าที่ไม่จับกุมถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล เข้าข่าย ม.157 นอกจากนี้ ขอฝากร้านค้าร้านกาแฟต่างๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการ ต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไวไฟภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ไวไฟของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุเข้าข่ายความผิด เจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถขอข้อมูลดังกล่าวจากร้านได้ทันที ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ซึ่งดีอีได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปอท.แล้ว และหากทางร้านฯ ไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมายดังกล่าว” รมว.ดีอีกล่าว