หน้าแรก ในประเทศ ตั้งโต๊ะ แถลง! “พุทธิพงษ์” ยันจับตัว”แกนนำ”กลุ่มคนเลือกตั้ง ยึดกฎหมาย ปัดกลั่นแกล้ง

ตั้งโต๊ะ แถลง! “พุทธิพงษ์” ยันจับตัว”แกนนำ”กลุ่มคนเลือกตั้ง ยึดกฎหมาย ปัดกลั่นแกล้ง

“พุทธิพงษ์” ตั้งโต๊ะ แถลงข่าว บก.ปอท.จับตัว”กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์” แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ปม โพสต์ข้อมูล เข้าข่าย ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง ปัด จนท.ทำข้ามขั้นตอน โดยไม่ได้ออกหมายเรียก ชี้ ศาลออกหมายจับแล้ว

วันนี้ (8 ต.ค.) เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ร่วมแถลงผลการจับกุม นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ในข้อหาตามมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีได้ก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ (แฮชแท็ก) ที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊ก และสร้างความเกลียดชัง ข้อความที่โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณ 100 ข้อความ และแชร์กว่า 50 ครั้ง จนอาจทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจ ดังนั้น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้สั่งการให้ บก.ปอท.ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติหมายจับของศาลอาญาจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วานนี้ (7 ต.ค.) จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธแต่ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์เอง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (5) อัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ด้วยเช่นกัน ส่วนกรณีประชาชนตรวจพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ สามารถแจ้งมายัง บก.ปอท. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2142-2556 และ 0-2142-2557 หรือทางเว็บไซต์ tcsd.go.th เพื่อดำเนินการปิดกั้น ระงับ ยับยั้งตามช่องทางของกฎหมาย และสืบสวนจับกุมผู้นำเข้าเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อไป

ด้านนายพุทธิพงษ์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหาพบว่า ได้มีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก รวมทั้งการจับกุมผู้ต้องหาก็ไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม

“ส่วนที่ไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อน จะรุนแรงไปหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายหลังยื่นคำร้องต่อศาลก่อนอนุมัติออกหมายจับ หากเจ้าหน้าที่ไม่จับกุมถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล เข้าข่าย ม.157 นอกจากนี้ ขอฝากร้านค้าร้านกาแฟต่างๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการ ต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไวไฟภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ไวไฟของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุเข้าข่ายความผิด เจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถขอข้อมูลดังกล่าวจากร้านได้ทันที ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ซึ่งดีอีได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปอท.แล้ว และหากทางร้านฯ ไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมายดังกล่าว” รมว.ดีอีกล่าว