หน้าแรก ในประเทศ “ธิดา” โพสต์ FB ปลุก! เสื้อแดง “หายไปไหน” เปิดใจ “รับชะตากรรมเลวร้าย” ลั่นขอกำลังใจสู้

“ธิดา” โพสต์ FB ปลุก! เสื้อแดง “หายไปไหน” เปิดใจ “รับชะตากรรมเลวร้าย” ลั่นขอกำลังใจสู้

ประธาน นปช. โพสต์ ปลุกเสื้อแดง สู้อีกระลอก ถาม “ตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่” ระบายความในใจ ถึงการเคลื่อนไหวในอดีต ที่ไม่สำเร็จ เผย ชะตากรรม แกนนำ ติดคุก และ รอคดีความจำนวนมาก อ้อน ขอกำลังใจให้กันและกัน

วันที่ 5 พ.ย.62 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นปช. และคนเสื้อแดงตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่? ย้อนอดีต ถึงความเคลื่อนไหวในอดีต ที่ยังไม่ได้รับชัยชนะ แกนนำ ต้อง ติดคุก และ รอ ดคีความที่จะตามมาอีกจำนวนมาก

นางธิดาระบุว่าเรามีการปรับองค์กรให้เป็นแนวร่วมที่มีรูปการ มีหลักนโยบาย มีคำขวัญ มียุทธศาสตร์ 2 ขาที่โด่งดัง มีการจัดตั้งโรงเรียนการเมืองนปช. ในช่วงปลายปี 2552 และต้นปี 2553 ประชาชน คนเสื้อแดงตื่นเต้นแข่งกันเข้าเรียนโรงเรียนการเมืองนปช.คับคั่ง

กลายเป็นว่า นปช. คนเสื้อแดง ฤทธิ์แรงเพิ่มขึ้น โดยมีหลักการนโยบายที่สำคัญ 6 ข้อ ถือเป็นเข็มมุ่งที่ต้องปฏิบัติ หมายความว่า เรายึดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้การขับเคลื่อน “สันติวิธี” ไม่มีกองกำลังอาวุธ เราจัดศึกษาโรงเรียนการเมืองทั่วประเทศ และออกอากาศถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียมทุกนัด ปลุกให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองในทิศทางที่ถูกต้อง แน่นอนมีคนไม่เห็นด้วยส่วนหนึ่ง จึงเกิดเสื้อแดงกลุ่มอิสระขึ้นหลายกลุ่มที่ไม่ยอมรับนโยบายของนปช.

มวลชนแยกออกได้ เพราะเราขยายโรงเรียนการเมืองนปช.ทั่วประเทศ สร้างแกนได้มากมาย แต่ไม่ใช่การจัดตั้งในระบบกองกำลังอาวุธ เป็นการพบปะ ร่วมชุมนุม พบปะกันทางการเมืองเท่านั้น

โรงเรียนการเมืองนปช. เรามาขยายอีกทีหลังปี 2553 ที่ถูกปราบอย่างหนัก ในช่วงปี 52 – 53, 54 – 56 เป็นเวลาบ่มเพาะทางการเมืองให้ประชาชน นอกจากนโยบาย นปช. ยุทธศาสตร์ ยังจัดศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและพัฒนาการทางความคิด แนวทางการเมืองของประชาชนไทยกลุ่มต่าง ๆ

ถือว่าเราได้บ่มเพาะประชาชนไม่น้อยทางการเมือง ให้เป็นพลเมืองที่ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

จึงสามารถเป็นฐานเพื่อต่อยอดให้เป็นกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่ก้าวหน้า สามารถขยายต่อไปไม่ยาก

เพราะประชาชนที่ก้าวหน้าแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ยึดติดกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคล/ผู้นำที่เปลี่ยนแปลงไปในทางล้าหลัง

ประชาชนมีแต่เดินหน้า นปช. เป็นองค์กรแนวร่วมที่มีประวัติศาสตร์การนำพาประชาชนต่อสู้ในช่วงเวลานับสิบปี

ที่ยังไม่ได้รับชัยชนะที่แท้จริง แกนนำจำนวนหนึ่งจึงต้องเผชิญชะตากรรมติดคุก มวลชนก็บาดเจ็บล้มตาย ติดคุก

นี่เป็นหนทางการต่อสู้ของประชาชนที่ยังไม่ได้อำนาจทางการเมืองจริง จะต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้าย แต่ประชาชนมากมายยังอยู่ และมีคนรุ่นใหม่ที่เริ่มรับภารกิจต่อสู้ในเวทีต่าง ๆ แม้จะเผชิญชะตากรรมเพียงไร แต่จิตใจยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังต่อสู้

ถ้าคิดแบบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการตามชื่อ ก็จะเข้าใจจิตวิญญาณว่า

ต้องมีใจกว้างขวางกับมวลมิตร

ให้กำลังใจกันและกัน

เสนอแนะกันและกัน

คำนึงถึงชัยชนะของประชาชนเป็นสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

จึงอาจถือได้ว่าเป็นนักต่อสู้ตัวจริง แต่ขณะนี้ก็รอคดีที่เข้ามาเป็นระลอกทั้งแพ่งและอาญา