“ธิดา” โพสต์ FB ปลุก! เสื้อแดง “หายไปไหน” เปิดใจ “รับชะตากรรมเลวร้าย” ลั่นขอกำลังใจสู้

176

ประธาน นปช. โพสต์ ปลุกเสื้อแดง สู้อีกระลอก ถาม “ตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่” ระบายความในใจ ถึงการเคลื่อนไหวในอดีต ที่ไม่สำเร็จ เผย ชะตากรรม แกนนำ ติดคุก และ รอคดีความจำนวนมาก อ้อน ขอกำลังใจให้กันและกัน

วันที่ 5 พ.ย.62 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นปช. และคนเสื้อแดงตายไปหมด หายไปหมด หรือไม่? ย้อนอดีต ถึงความเคลื่อนไหวในอดีต ที่ยังไม่ได้รับชัยชนะ แกนนำ ต้อง ติดคุก และ รอ ดคีความที่จะตามมาอีกจำนวนมาก

นางธิดาระบุว่าเรามีการปรับองค์กรให้เป็นแนวร่วมที่มีรูปการ มีหลักนโยบาย มีคำขวัญ มียุทธศาสตร์ 2 ขาที่โด่งดัง มีการจัดตั้งโรงเรียนการเมืองนปช. ในช่วงปลายปี 2552 และต้นปี 2553 ประชาชน คนเสื้อแดงตื่นเต้นแข่งกันเข้าเรียนโรงเรียนการเมืองนปช.คับคั่ง

กลายเป็นว่า นปช. คนเสื้อแดง ฤทธิ์แรงเพิ่มขึ้น โดยมีหลักการนโยบายที่สำคัญ 6 ข้อ ถือเป็นเข็มมุ่งที่ต้องปฏิบัติ หมายความว่า เรายึดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้การขับเคลื่อน “สันติวิธี” ไม่มีกองกำลังอาวุธ เราจัดศึกษาโรงเรียนการเมืองทั่วประเทศ และออกอากาศถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียมทุกนัด ปลุกให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองในทิศทางที่ถูกต้อง แน่นอนมีคนไม่เห็นด้วยส่วนหนึ่ง จึงเกิดเสื้อแดงกลุ่มอิสระขึ้นหลายกลุ่มที่ไม่ยอมรับนโยบายของนปช.

มวลชนแยกออกได้ เพราะเราขยายโรงเรียนการเมืองนปช.ทั่วประเทศ สร้างแกนได้มากมาย แต่ไม่ใช่การจัดตั้งในระบบกองกำลังอาวุธ เป็นการพบปะ ร่วมชุมนุม พบปะกันทางการเมืองเท่านั้น

โรงเรียนการเมืองนปช. เรามาขยายอีกทีหลังปี 2553 ที่ถูกปราบอย่างหนัก ในช่วงปี 52 – 53, 54 – 56 เป็นเวลาบ่มเพาะทางการเมืองให้ประชาชน นอกจากนโยบาย นปช. ยุทธศาสตร์ ยังจัดศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและพัฒนาการทางความคิด แนวทางการเมืองของประชาชนไทยกลุ่มต่าง ๆ

ถือว่าเราได้บ่มเพาะประชาชนไม่น้อยทางการเมือง ให้เป็นพลเมืองที่ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

จึงสามารถเป็นฐานเพื่อต่อยอดให้เป็นกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่ก้าวหน้า สามารถขยายต่อไปไม่ยาก

เพราะประชาชนที่ก้าวหน้าแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ยึดติดกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคล/ผู้นำที่เปลี่ยนแปลงไปในทางล้าหลัง

ประชาชนมีแต่เดินหน้า นปช. เป็นองค์กรแนวร่วมที่มีประวัติศาสตร์การนำพาประชาชนต่อสู้ในช่วงเวลานับสิบปี

ที่ยังไม่ได้รับชัยชนะที่แท้จริง แกนนำจำนวนหนึ่งจึงต้องเผชิญชะตากรรมติดคุก มวลชนก็บาดเจ็บล้มตาย ติดคุก

นี่เป็นหนทางการต่อสู้ของประชาชนที่ยังไม่ได้อำนาจทางการเมืองจริง จะต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้าย แต่ประชาชนมากมายยังอยู่ และมีคนรุ่นใหม่ที่เริ่มรับภารกิจต่อสู้ในเวทีต่าง ๆ แม้จะเผชิญชะตากรรมเพียงไร แต่จิตใจยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังต่อสู้

ถ้าคิดแบบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการตามชื่อ ก็จะเข้าใจจิตวิญญาณว่า

ต้องมีใจกว้างขวางกับมวลมิตร

ให้กำลังใจกันและกัน

เสนอแนะกันและกัน

คำนึงถึงชัยชนะของประชาชนเป็นสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

จึงอาจถือได้ว่าเป็นนักต่อสู้ตัวจริง แต่ขณะนี้ก็รอคดีที่เข้ามาเป็นระลอกทั้งแพ่งและอาญา