“วิษณุ” ออกตัว ปัดวิจารณ์ ศาล แต่ ขอแจง ปม “ธนาธร” พ้นสภาพ ส.ส.

38

“วิษณุ” ออกตัว ปัดวิจารณ์ คำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ ประเด็นหลักแค่ให้พ้นสภาพ สส.แต่ยังเล่นการเมืองได้ ย้ำ ศาลฯมีอำนาจเอาผิดคนที่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์ สามารถยึดคำวินิจฉัยใช้กับคดีอื่นได้ ระบุ กกต.เตรียมลงมติ คดีเงินบริจาค ชี้ ตีความกฎหมายต้องเคร่งครัด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ที่ ทำเนียบฯ วานนี้ (20 พ.ย.) หลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ พ้นสภาพการเป็นส.ส.จากการถือครองหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด ว่า ตนอยู่ในฐานะร่วมรัฐบาล อย่าให้วิจารณ์อะไร แต่เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลเป็นเรื่องของขาดคุณสมบัติอย่างเดียว ไม่มีการตัดสิทธิ์ทางการเมือง และพรรคอนาคตใหม่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ก็จบเพียงเท่านี้ แต่ไม่ทราบว่ายังมีคดีอื่นๆอยู่อีกหรือไม่

“ผมยืนอยู่ตรงนี้ เป็นรัฐบาลอยู่อย่าให้ไปวิจารณ์อะไรเลย แต่สงสัยในประเด็นหนึ่งที่นายธนาธรออกมาพูดว่าศาลไม่มีการลงมติเห็นคะแนนเท่าไหร่ ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ถ้าศาลไม่มีการเปิดเผยผลการลงมติ ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่ารู้ และอยากรู้เหมือนกันว่าเสียงเป็นเท่าไหร่ เพราะเสียงการลงมติจะแสดงอะไรหลายอย่าง แสดงถึงความเกี่ยวพันถึงเรื่องอื่นๆในอนาคต แล้วจะทำให้เห็นว่าทัศนคติของศาลเป็นอย่างไร”

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรกรณีที่มีลักษณะโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลสามารถทำได้หรือไม่ โดยระบุว่าไม่ทราบ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจอยู่แล้ว และ เคยมีคนที่โพสต์วิจารณ์ศาลและถูกเรียกให้ชี้แจง แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร

ต่อข้อถามว่า จะสามารถอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาล เพื่อไปดำเนินการฟ้องคดีอื่นอีกได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าคำวินิจฉัยพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง แต่โดยปกติทำไม่ได้

เมื่อถามว่าบุคคลอื่น ที่มีคดีฟ้องร้องในศาลเช่นเดียว กับ นายธนาธร สามารถใช้คำวินิจฉัยของศาลครั้งนี้ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าคดีนั้นมีข้อเท็จที่ตรงกับคดีของนายธนาธร สามารถนำมาใช้ได้ แต่การถือครองหุ้นสื่อแบ่งเป็นหลายประเภท บางคนไปจดทะเบียนไว้แต่ไม่ได้ทำอะไร แต่บางคนทำสื่อแล้วเลิกไปแล้ว

เมื่อถามกรณีที่มีผู้ร้องให้เอาผิดพรรคอนาคตใหม่ กรณีนายธนาธร ปล่อยเงินกู้ให้กับพรรค รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ทราบ ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ ทราบเพียงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะลงมติในไม่กี่วันนี้ ต่อข้อถามถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อ้างว่าไม่มีข้อห้ามใน พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ และโดยปกติกฎหมายที่มีการจำกัด ตัดสิทธิ์คน มีหลักว่าต้องตีความโดยเคร่งครัดจะไปตีความโดยขยายไม่ได้ หรือ ขยายความให้เกิดผลร้ายกับใครไม่ได้ แต่ขยายความให้เป็นผลดีได้ โดยต้องดูหลายอย่างประกอบกันด้วย บางเรื่อง ถ้ากฎหมายไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้