สิระ ยื่นป.ป.ช.สอบ’เสรีพิศุทธิ์’ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในตำแหน่งประธานกมธ.ป.ป.ช.

163

สิระ เจนจาคะ รุกต่อ ยื่นป.ป.ช.ไต่สวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวช ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในตำแหน่งประธานกมธ.ป.ป.ช. ใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ ทำเอกสารสารเท็จ

วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 10.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร  พรรคพลังประชารัฐ และกรรมาธิกา่รป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นหนังสือให้ไต่สวน พลตำรวจเอกเสรี พิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยนายสิระ กล่าวว่า  ได้ยื่นต่อป.ป.ช.ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้ทำการไต่สวนพลตำรวจเอกเสรี พิศุทธ์ เตมียเวส ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดย ทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ในการจัดทำเอกสาร จัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา ๑๖๒ (๔) ประกอบพรป.ปปช. พ.ศ.๒๕๖๑

โดยเห็นว่าการกระทำของพลตำรวจ เอกเสรีพิศุทธ์ฯ มีความผิด ๔ กระทงความผิด ด้วยกัน คือ (๑) มีมติให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี โดยเห็นว่า คณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯ ต่อพระมหากษัตริย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๑ ซึ่งประเด็นนี้ ไม่อยู่ในอำนาจหนา้ที่ของกมธ. ที่จะสามารถตรวจสอบได ้การกระทำของพลตำรวจเอกเสรี ฯ ดังกล่าว จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากที่ รธน. กำหนด

(๒) มีการออกหนังสือเชิญพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล เอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จำนวน ๓ ครั้ง และออกคำสั่งเรียก จำนวน ๑ ครั้ง เกี่ยวกับเรื่อง การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ.ที่จะสามารถ ตรวจสอบได้

(๓) การออกหนังสือที่เป็นคำสั่งเรียก เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โดย อ้างมติคณะกรรมาธิการฯ ทั้งที่คณะกรรมธิการมีมติให้เชิญนายกฯ รองนายกฯ มาชี้แจง มิใช่เป็นการ ออกคำสั่งเรียกและการออกคำสั่งเรียกดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่สุจริต และเป็นเอกสารเท็จ เนื่องจากมติกมธ. ให้ออกหนังสือเชิญ เมื่อครั้งที่ผ่านมา มิใช่ให้ออกเป็นคำสั่งเรียก โดยอาศัย พรบ.คำสั่ง เรียกฯ มาตรา ๖ การปฏิบัติหน้าที่ของพลตำรวจเอกเสรีฯ จึงเป็นการทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

(๔) มีการออกประกาศที่ ๙/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ แต่งตั้งที่ ปรึกษาประธานกมธ. จำนวน ๘ คน โดยอ้างมติของที่ประชมุ ทั้งที่ไม่เคยมีการประชุมและลงมติดังกล่าว มาก่อน โดยประเด็นนี้มีความผิด ๒ กระทงด้วยกัน คือ (๔.๑) ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่งตั้งที่ ปรึกษาโดยยังไม่ได้มีการประชุม และนำเอกสารราชการไปให้นายวัฒนา เมืองสุข ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัวของนายวัฒนา ล่วงหน้าก่อนการประชุม การ

‘กระทำของพลตำรวจเอกเสรีฯ ในส่วนนี้จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แต่งตั้งพรรคพวกตนเองเป็นที่ปรึกษา โดยอ้างมติที่ประชุมซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ (๔.๒) หนังสือประกาศดังกล่าวที่พลตำรวจเอกเสรีฯ ลงชื่อแต่งตั้งที่ ปรึกษาตามประกาศที่ ๙/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โดยอ้างมติที่ประชุมกมธ. เป็น เอกสารราชการที่เป็นเท็จ เนื่องจากในวันที่ ๒๐ ไม่มีการประชุมและลงมติแต่งตั้งที่ปรึกษาตามหนังสือ การกระทำของ พลตำรวจเอกเสรีในประเด็นนี้ จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานฯ มีหน้าที่ในการทำ เอกสาร ลงชื่อในเอกสาร โดยอ้างข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จ จึงเป็นการกระทำพยานเอกสารที่เป็นเท็จ อัน เป็นความผิดตามความในมาตรา ๑๖๒ (๔) ประมวลกฎหมายอาญา’ นายสิระ ระบุในใบแจ้งความ