น้ำตาซึม!”หมอเลี๊ยบ” ย้อนอดีต คริสมาสต์อีฟ “ทักษิณ” ขานรับ นโยบาย30บาท

60

“หมอเลี๊ยบ” ย้อนอดีต ประทับใจ วัน คริสมาสต์อีฟ ทักษิณ ชินวัตร ขานรับ “นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค” จุดประกาย เพิ่มพลังชีวิต ประชาชนชน เผยมีความสุขที่สุดในชีวิต

เมื่อช่วงค่ำ24 ธ.ค.62 “หมอเลี๊ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ อดีต รมว.สาธารณสุข ทีมงานผู้ริเริ่ม โครงการนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค โพสต์ เฟซบุ๊ก บอกเล่าจุดริเริ่ม หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขานรับนโยบาย หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบุว่า

ปาฏิหารย์แห่งความรัก

เสียงเพลง We Wish You a Merry Christmas ลอยมาตามลมอีกแล้ว 20 ปีแล้วสิ ที่ผมฟังเพลงคริสต์มาสด้วยความสดชื่นเมื่อรำลึกถึงอดีตอันแสนสุขใจ

นึกถึงภาพของการพบกันครั้งแรกของคน 2 คน ซึ่งจะเป็นที่จดจำไปอีกแสนนาน คนหนึ่งคือ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อีกคน คือ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงษ์ แพทย์หนุ่ม มันสมองสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข

24 ธันวาคม 2542 คือวันที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจรับแนวคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นนโยบายของพรรคไทยรักไทย เป็นแนวคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งในวันนั้นยังเป็นเพียงความใฝ่ฝันที่จับต้องไม่ได้ จินตนาการไม่ออก

หลังจากรับเป็นนโยบายแล้ว ดร.ทักษิณ มักเล่าเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้บุคคลต่างๆทั้งในพรรคและนอกพรรคฟัง แต่ไม่มีใคร “อิน” ไปด้วย อย่างมากก็เออออคล้อยตามไปแบบเสียไม่ได้ เวลาวางแผนเตรียมจัดทำนโยบายของพรรค เรื่องนี้ถูกจัดวางไว้ท้ายๆ เป็นเพียงไม้ประดับ

เมื่อพรรคไทยรักไทยทำโพลสอบถามความคิดเห็นของประชาชนทุกครั้ง เรื่องนโยบายที่ต้องการให้พรรคการเมือง ประกาศระหว่างการหาเสียง เรื่องสุขภาพเป็นปัญหาท้ายๆที่ประชาชนนึกถึง ผมแอบสังเกตเห็นสีหน้าผิดคาดระคนผิดหวังของหัวหน้าพรรคเมื่อเห็นผลโพลเกี่ยวกับสาธารณสุขที่ออกมา

กลางปี 2543 การจัดทำแคมเปญเลือกตั้งของพรรคไทยรักไทยเป็นไปอย่างคึกคัก นโยบายด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ SME OTOP และ ยาเสพติด ได้รับการจัดวางให้เป็นนโยบายหลัก เรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งได้ชื่อนโยบายที่เตรียมใช้รณรงค์ให้เข้าใจง่ายๆว่า “30 บาทรักษาทุกโรค” แทบไม่มีใครพูดถึง

ผมรู้ว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เลื่อนไหลไปเช่นนี้ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค จะไม่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายในการหาเสียงอีกเลย

ผมจึงตัดสินใจทำ 2 เรื่อง

เรื่องแรก ขออนุญาตหัวหน้าพรรค ดร.ทักษิณ ชินวัตร จัดอภิปรายเรื่อง “30 บาทรักษาทุกโรค” ขึ้นภายในพรรค แล้วเชิญผู้บริหารพรรคและแกนนำพรรคมารับฟัง ซึ่งหัวหน้าพรรคเห็นชอบ

อีกเรื่อง ผมไม่บอกใคร ไม่ได้ขออนุมัติหัวหน้าพรรค แต่คิดเอาเองว่า ดร.ทักษิณคงไม่ว่าอะไร ขณะนั้น มีการติดป้ายนโยบายพรรคไทยรักไทย ในหมู่บ้านต่างๆทั่วประเทศ และ นโยบาย 30 บาทก็ปรากฎอยู่ในป้ายเหล่านั้นด้วย แต่ในกรุงเทพมหานครไม่เคยมีป้ายนโยบาย 30 บาทเลย ผมจึงเช่าป้ายบิลบอร์ด ริมทางด่วนดินแดงด้วยเงินส่วนตัว เขียนข้อความสั้นๆว่า “30 บาทรักษาทุกโรค นโยบายสาธารณสุขของพรรคไทยรักไทย”

หลังขึ้นป้ายดังกล่าว ก็เกิดการสอบถามถึงที่มาของป้ายกันภายในพรรคว่า “ใครทำ” ผมจึงเรียนผู้บริหารของพรรคว่า ผมเป็นผู้จัดทำเอง ไม่ของบประมาณพรรค และไม่ใช่งบหาเสียงเพราะยังไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง

วันต่อๆมา มีประชาชนจำนวนมากสอบถามเข้ามาที่พรรคเกี่ยวกับนโยบาย 30 บาท และ เป็นเหตุให้เกิดความตื่นตัวในหมู่แกนนำพรรคเพื่อหารายละเอียดของนโยบายนี้ไปอธิบายประชาชน ส่วนการอภิปรายเรื่องนโยบาย 30 บาท ภายในพรรค ผมเชิญนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงษ์ และอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ มาร่วมอภิปราย และผมเป็นผู้ดำเนินการอภิปรายโดยกล่าวนำเกี่ยวกับตัวอย่างความทุกข์ของ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล 3 ราย

ตัวอย่างหนึ่งซึ่งผมได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนแพทย์ เป็นเรื่องราวของยายหลานสองคนซึ่งถูกสุนัขบ้ากัดจึงไปหาหมอที่คลินิก หมอแจ้งว่า ต้องฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าทั้งสองคน ยายอึ้งไปสักครู่แล้วบอกกับหมอว่า “ยายมีเงินพอฉีดได้แค่คนเดียว คุณหมอฉีดให้หลานเถอะ ยายไม่ห่วงตัวเองหรอก ยายแก่แล้ว”

ผมเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จากนั้นผู้อภิปรายทั้งสองท่านก็ช่วยกันขยายความเรื่องแนวคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ช่วงท้ายการอภิปราย ดร.ทักษิณ กล่าวขอบคุณ นายแพทย์สงวนและอาจารย์จอน และ บอกอาจารย์จอนว่า ตนได้อ่านเรื่อง “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และอยากช่วยกันสร้างสังคมที่ดีเช่นนั้น

เย็นวันนั้น ผมเดินสวนกับ ดร.ทักษิณ หน้าห้องประชุมภายในพรรค ดร.ทักษิณบอกผมว่า “หมอ การอภิปรายวันนี้ดีนะ…” เขาหยุดพูดสักครู่ เม้มปากแล้วพูดต่อว่า “เรื่องที่หมอเล่าวันนี้ ผมฟังแล้วน้ำตาซึมเลย”

ผมมองด้านหลังของ ดร.ทักษิณ ที่ค่อยๆเดินห่างออกไป จนลับสายตา และรู้สึกได้ว่า แรงบันดาลใจเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้เบ่งบานขึ้นแล้วในใจของหัวหน้าพรรคไทยรักไทย หลังจากวันนั้น ดร.ทักษิณ ผลักดันเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคในพรรคอย่างเอาจริงเอาจัง แม้ว่า ผลโพลยังออกมาเหมือนเดิมคือ ประชาชนไม่คิดว่า สุขภาพเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญของชีวิต

เมื่อมีการคัดเลือกนโยบายหลัก 3 เรื่องเพื่อชูในการหาเสียง ดร.ทักษิณ สรุปในที่ประชุมของคณะรณรงค์เลือกตั้งให้ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็น 1 ใน 3 นโยบายหลักของพรรคควบไปกับ “พักหนี้เกษตรกร 3 ปี และ กองทุนหมู่บ้านๆละ 1 ล้านบาท” ท่ามกลางเสียงไม่เห็นด้วยและงุนงงของแกนนำพรรค

การเดินสายปราศรัยหาเสียงระหว่างรณรงค์เลือกตั้ง ดร.ทักษิณ ประกาศนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในทุกเวทีด้วยความหลงใหลและมั่นใจ ในเวทีปราศรัยแห่งหนึ่ง นักการเมืองอาวุโสบอก ดร.ทักษิณว่า “อย่าพูดเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเลย มันเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้หรอก” แต่ ดร.ทักษิณ ยังคงกล่าวปราศรัยเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค อย่างออกรส มีคนเล่าให้ผมฟังว่า นักการเมืองท่านนั้นต้องคอยสะกิดเตือนด้านหลังตลอดเวลาให้หยุดปราศรัยเรื่องนี้ ยิ่งปราศรัยไปนานวัน เสียงประชาชนที่ตอบรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ยิ่งดังกระหึ่มขึ้นทุกที

และแล้ววันเลือกตั้งก็มาถึง

วันที่ 6 มกราคม 2544 พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายด้วยจำนวน ส.ส.248 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นักวิเคราะห์ทางการเมืองในขณะนั้นงุนงง บางคนบอกว่า ซื้อเสียง บางคนบอกว่า ประชานิยม บางคนบอกว่า นี่คือปาฏิหารย์ทางการเมือง ต่างคนยลตามช่อง จะมองเห็นเปลือกตม หรือ มองเห็นดาวอยู่พราวพราย ก็แล้วแต่ภูมิหลังของแต่ละคน

แต่เป็นปาฏิหารย์ทางการเมืองในวันนั้นเอง ที่นำมาสู่ปาฏิหารย์ในชีวิตของประชาชนในวันนี้ เป็นปาฏิหารย์ที่นำมาสู่ความทะเยอทะยานที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญและยกย่องจากนานาชาติ และเป็นปาฎิหารย์แห่งความรักเพื่อนมนุษย์ซึ่งเริ่มต้นในวันนี้…เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ