หน้าแรก ในประเทศ เตือนทั่วโลก! สนามบินสุวรรณภูมิ “หลุมจอด” ไม่ได้มาตรฐาน

เตือนทั่วโลก! สนามบินสุวรรณภูมิ “หลุมจอด” ไม่ได้มาตรฐาน

สมาพันธ์นักบินฯ ออกคำเตือนทั่วโลก ให้ระวัง การนำเครื่องบินลงจอดภายใน บริเวณสนาบินสุวรรณภูมิ ชี้มีปัญหา ไม่ได้มาตรฐาน ในบริเวณทางขับเข้าหลุดจอด หรือ Taxi lanes

รายงานข่าวจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.63 สมาพันธ์นักบินนานาชาติ (International Federation of Air Line Pilots’ Associations: IFALPA) ได้ออกคำเตือนไปยังสมาชิกที่เป็นนักบินพาณิชย์ทั่วโลก ให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการใช้งานบริเวณทางขับเข้าหลุมจอด (Taxi lanes) และจุดจอดอากาศยาน ของสนามบินสุวรรณภูมิ

เนื่องจากพบว่า สภาพพื้นผิวทางขับภายในสนามบินสุวรรณภูมิมีลักษณะอ่อนนิ่มเพราะมีน้ำด้านใต้ อาจมีความเสี่ยงที่พื้นผิวทางขับจะหลุดร่อน ทำให้มีเศษยางมะตอย หรือ หินที่หลุดร่อนกระเด็นเข้ามายังภายในเครื่องยนต์ สร้างความเสียหายให้กับอากาศยาน และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการนำเครื่องขึ้นบินหรือลงจอดได้ จึงขอให้นักบินระมัดระวังให้มากขึ้น

“กพท.เตรียมที่จะประสานไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขอรับทราบแผนในการปรับปรุงและซ่อมทางขับ ว่ามีหรือไม่ และมีขั้นตอนระยะเวลาอย่างไรบ้าง โดยจะต้องติดตามความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทางขับมีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล โดยขั้นตอนสุดท้ายจะต้องเข้าไปตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางขับ ซึ่งตามปกติต้องตรวจสอบทุกๆ 1 ปี แต่หากมีประเด็นพิเศษเร่งด่วนอย่างเช่นกรณีสมาพันธ์นักบินนานาชาติออกคำเตือนก้อาจจะต้องมีการเข้าไปตรวจให้ถี่ขึ้น”

สำหรับคำเตือนของสมาพันธ์นักบินนั้นฯ เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อวันที่5 ธ.ค.2563 สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาต้า( IATA -International Air Transport Association)ได้ ออกแถลงการณ์ทบทวนเรื่องความปลอดภัย โดยระบุว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีความเสี่ยงเรื่องการให้บริการทางการบิน เนื่องจากพื้นผิวของสนามบินเป็นดินอ่อน ส่งผลกระทบต่อทางขับเข้าหลุมจอด (Taxi lanes) และจุดจอดเครื่องบิน

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากแอลฟัดที่เป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ระดับน้ำใต้พื้นดินสูง ส่งผลให้บางพื้นที่มีลักษณะอ่อนตัว ทั้งนี้ในระยะสั้น ทอท. จะแก้ไขด้วยการซ่อมชั่วคราวและกึ่งถาวร รวมถึงมีทีมงาน 24 ชั่วโมงเข้าไปซ่อมเร่งด่วน ทอท. มีแผนการซ่อม ระห่างที่รอการออกแบบ การซ่อมถาวรที่จะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2019