“บิ๊กแป๊ะ”ปลื้ม กองปราบฯ! โชว์ผลงาน จับ”โจรปล้นทอง”ใช้เวลา7วัน หลังได้”เบาะแส”

118

ผบ.ตร.ชื่นชม กองปราบฯ โชว์ผลงาน จับ “โจรปล้นทอง” เผยนาที ระทึก ชุด”หนุมาน”แกะรอย กระชั้นชิด ก่อน ตะครุบตัว กลาง ถนนสาย 311 ค้น รถBMW ซี่รี่5 เจอ กระสุน5 มม. ชุดเดียวที่ ลั่นไกสังหาร เหยื่อในร้านทอง 

ในที่สุด คดีคึกโครม “ปล้นทอง”ลพบุรี ก็ปิดฉากลงด้วยฝีมือของ ตร.กองปราบ ซึ่งเบื้องหลัง การจับกุมครั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิจักษ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนแกะรอยผู้ต้องหาราย หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี คนร้ายน่าจะเป็น นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ กอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัยสิงห์บุรี

จึงได้ดำเนินการพิสูจน์ทราบ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานใช้เวลาสืบสวน 7 วัน ก็พบหลักฐานหลายอย่างโดยเฉพาะอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเกี่ยวพันกับ นายประสิทธิชัย พร้อมหลักฐานอื่นๆ เชื่อมโยงว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงได้ประสานให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามขอหมายจับศาลอาญา กระทั่งศาลออกหมายจับให้เมื่อค่ำวันที่ 21 ม.ค.63

หลังได้หมายจับ พล.ต.ต.จิรภพ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักษ์ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.สนับสนุน บก.ป. หรือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน”  ตามแกะรอยจนทราบที่กบดานของผู้ต้องหา มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี และจะมีการขับรถเดินทางไปทำการสอนหนังสือที่โรงเรียนโพธิ์ชัยสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ในช่วงเช้าของวันนี้ (22 ม.ค.) จึงจัดกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์ครบมือเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเห็นนายประสิทธิชัย กำลังขับรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นซีรีย์ 5 สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กณ 493 กทม.

จึงได้ขับรถสะกดรอยติดตาม ไปจนถึงบริเวณทางหลวงสาย 311 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จึงแสดงตัวพร้อมอาวุธหนักครบมือบุกจู่โจมชาร์จจับกุม โดยระระหว่าง เข้าจับกุมนั้นนายประสิทธิชัย ไม่มีท่าทีขัดขืน หรือ ต่อสู้เจ้าหน้าที่เพราะตั้งตัวไม่ติด จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ แต่พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นขนาดเดียวกันกับที่ก่อเหตุ อยู่ภายในรถจำนวนหลายนัด จึงได้ทำการยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี

จากการสอบสวน นายประสิทธิชัย ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้นเพราะตนเองรู้สึกเบื่อกับชีวิต ต้องการหาความท้าทาย ตื่นเต้น ชีวิตจะได้มีสีสัน และยังรู้ตัวดีว่าหลังก่อเหตุจะถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้อยู่แล้ว ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นเป็นปืนยี่ห้อ ซีแซต รุ่น เอสพี 01 เป็นปืนของพ่อที่เป็นอดีตตำรวจ หลังจากก่อเหตุเสร็จก็นำไปคืนพ่อเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่ สีแดง รุ่นปี 2008 เป็นรถจักรยานยนต์ของพ่อตา และได้นำไปคืนให้กับพ่อตาแล้ว อย่างไรก็ตามแม้คำให้การของผู้ต้องหาจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การบางส่วน โดยจะต้องเค้นสอบอย่าละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะเตรียมนำตัวไปแถลงที่ สตช. ในวันที่ 22 ม.ค.63 ต่อไป

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของการแกะรอยหาเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องขอขอบคุณประชาชนชาวบ้านที่ให้ความร่วมมือช่วยแจ้งเบาะแสผู้ต้องสงสัยต่างๆ  ขณะนี้ได้มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ให้โอนสำนวนคดีดังกล่าวจากลพบุรี มาให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบ เป็นผู้ดำเนินการเพียงหน่วยเดียว

หลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมตัวนายประสิทธิชัย ได้แล้ว ทางผู้ต้องหาได้ให้การเพิ่มเติมว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุได้นำไปทิ้งไว้ที่ป่าหญ้าข้างทางใกล้กับซอยโยธาธิการลพบุรี ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงได้นำพาไปชี้จุดดังกล่าว ก่อนจะพบเจอเสื้อผ้าของกลางอยู่จริง ประกอบด้วย เสื้อและกางเกง ขณะเดียวกันทางด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.รน. ยังได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.รน. ลงพื้นที่เพื่องมหาทองคำของกลางที่บริเวณแม่น้ำใต้สะพานบางระจัน ต.บางมัน อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เนื่องจากนายประสิทธิชัย อ้างว่า หลังจากชิงทองแล้วได้นำทองดังกล่าวมาโยนทิ้งน้ำที่บริเวณดังกล่าว