ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรธน. ตีความ ปม “เสียบบัตร” กระทบ พรบ.งบฯ63 จี้ รบ. ลาออก

114

ฝ่ายค้าน ล่าชื่อ 84 สส.ยื่นศาลรธน.ตีความ พรบ.งบฯปี63 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณี พบมีการ “เสียบบัตร” ลงคะแนนแทนกัน ระหว่าง พิจารณาญัตติ ชี้ มีความผิด อาญา  ส่อเค้าทำให้ พรบ.งบฯ ต้องเป็น โมฆะ รัฐบาล ต้อง ลาออก หรือ ยุบสภา

วันที่ 22 ม.ค.63 เวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันลงชื่อทั้งหมด 84 คน ยื่นประธานสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 148 (1) ว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ตราขึ้นชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเรามีข้อเท็จจริงอ้างอิงว่า นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีชื่อลงคะแนนเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯ ตั้งแต่มาตรา 31 เป็นต้นไป จนถึงวาระที่ 3 แต่ขณะที่มีการลงคะแนนปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ทำให้เห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายน่าจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ มีหลักฐาน กรณีการทำหน้าที่ ส.ส.ตามมาตรา 114 จะต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติมอบหมาย หรือครอบงำใดๆ ฉะนั้น การที่มีคนเอาบัตรส.ส.ท่านหนึ่งไปลงคะแนน ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ที่สำคัญคือ รัฐธรรมนูญมาตรา 115 เราปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 120 ที่บัญญัติเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนว่า 1 เสียง ต้องเป็น 1 สิทธิ์ จะลงคะแนนแทนกันไม่ได้ เหล่านี้เป็นมูลเหตุให้นำมาประกอบคำร้องดังกล่าว

เมื่อถามว่า การยื่นรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านนี้จะเป็นเหตุให้ร่างพ.ร.บ.งบฯ เป็นโมฆะ หรือตกไปหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามคำร้องของเราว่า กระบวนการตราไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นสาระสำคัญทำให้กฎหมายฉบับนั้นตกไป ก็ต้องรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า หากพ.ร.บ.งบฯเป็นโมฆะ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ควรเป็นไปในแนวทางใด นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ไม่สามารถใช้เสียงข้างมากของรัฐบาลได้ แปลว่า บริหารประเทศไม่ได้ ต้องลาออก หรือ ยุบสภา

ด้านนายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ กล่าวว่า ส่วนกรณีการลงคะแนนเสียงแทนกัน โดนเสียบบัตรคาไว้ในช่องลงคะแนนนั้น จำเป็นต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน ซึ่งสามารถเอาผิดทางอาญากับผู้กระทำการเหล่านี้ได้ และที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคดีดังกล่าวเป็นต้นแบบแล้ว