เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด! ภท. ตำบล “กระสุนตก” ปม” เสียบบัตร” โดนสังคมถล่มยับ!

145

กลายเป็นตำบล “กระสุนตก” สำหรับ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หลังจาก นิพิฏฐ์ อินทรพิชัย ออกมา แฉแหลก ว่า เป็นตัวการทำให้ พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ต้องสะดุด จาก ปัญหา การ”เสียบบัตร”แทนกัน ของ ฉลอง เทอดวีรพงศ์ สส.พัทลุง กับ นาที รัชกิจปราการ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่4 ภท.

ล่าสุด  เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่24 ม.ค.63  นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มอบหมายให้ จนท.นำคำร้อง ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาร่าง พรบ.63 ว่าเป็นโมฆะหรือไม่ หลังพบ เกิดเหตุการณ์ ส.ส. เสียบบัตรลงมติแทนกัน

กรณีนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่ กระทบ”ภาพรวม” ประเทศไทย เพราะ พรบ.งบฯปี63 คือ เม็ดเงินงบประมาณที่จะใช้ขับเคลื่อน เศรษฐกิจชาติ เป็นค่าแรง จ่ายเงินเดือนให้ ขรก.ทุก กระทรวง ทบวง กรม การลงทุนโครงการต่างๆ ทั้งหมด

เมื่อไม่มีเงิน ทุกอย่างก็ต้องหยุดนิ่ง และ ล่าช้าตามไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอน เสียง ก่นด่า ย่อมดังกระหึ่ม!

จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีเสียง ตอบรับใดๆ จาก พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก  2 แกนนำ อย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”

แต่ก็คงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจกันได้ เมื่อ ในเวลาไล่เลี่ยกัน “ปู่ชัย” หรือ นายชัย ชิดชอบ ได้ถึงอนิจกรรม ด้วยวัย 92ปี ความโศกเศร้า จาก การสูญเสีย “ปู่ชัย” ถนนทุกสายของคนภูมิใจไทย ต่าง มุ่งหน้า ไป บุรีรัมย์ ทยอยมาร่วมงาน สวด”อภิธรรม”ศพ

ที่สำคัญไม่อยากมีใคร ปริปาก พูดประเด็นการเมือง โดยเฉพาะ การ “เสียบบัตร”

อย่างไรก็ตาม จากกระแสสังคมที่พุ่งโจมตี พฤติกรรมดังกล่าว แสดงให้เห็นความฉ้อฉล ไร้เกียรติ และไร้ศักดิ์ศรี ของนักการเมืองไทย ซึ่งเรื่องบัดสีเช่นนี้ นับได้ว่าเลวทรามไม่แตกต่างไปจาก การทุจริตการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมาโดยตลอด

หากจะถามว่า เหตุใดจึงเกิดเรื่องบัดสีเช่นนี้ขึ้นได้ ทั้งๆ ที่ ส.ส. มักจะกล่าวอ้างว่า ส.ส. คือผู้ทรงเกียรติในสภา ก็เห็นจะต้องตอบว่าเป็นเพราะผู้ที่ทำเช่นนั้นเป็นคนไม่มีศักดิ์ศรี และไม่เคารพตนเอง เป็นคนที่มักชอบให้เป็นในเรื่องของการคดโกง ฉ้อฉล

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่า การเสียบบัตรทิ้งไว้นั้นหากผู้เป็นเจ้าของบัตรมิได้ไหว้วาน หรือ มอบหมายให้ผู้อื่นเสียบบัตร หรือกดบัตร เพื่อลงคะแนนแทน ก็น่าจะมีความผิด หรือ ได้รับโทษทัณฑ์ต่างกัน กับผู้ที่จงให้ผู้อื่นนำบัตรของตนเองไปเสียบ หรือ ไปกดเพื่อลงคะแนน แทนตนเอง

ซึ่งประเด็นนี้หากมองโดยผิวเผินแล้ว ก็อาจจะถือว่าพอจะรับฟังได้ แต่ก็ต้องตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วคนผู้เป็นเจ้าของบัตรได้ลืมบัตรทิ้งไว้จริง โดยมิได้มีเจตนาแอบแฝง ใช่หรือไม่ หรือว่าเจ้าของบัตรตั้งใจทิ้งบัตรไว้ในห้องประชุมสภา แล้วอ้างว่าลืมบัตรไว้

แต่หากลืมบัตรไว้จริง แล้วไม่มีเจตนาแอบแฝงหวังให้ ผู้อื่นใช้บัตรของตนลงคะแนนแทนแล้ว เจ้าของบัตรก็จะต้องรีบแจ้งให้พรรคการเมืองที่ตนสังกัดรับทราบเรื่อง แล้วขอให้เก็บรักษาบัตรของตนไว้เป็นอย่างดี เพื่อมิให้บุคคลอื่นนำบัตรของตนไปใช้แทนโดยตนเองมิได้สมัครใจ

เมืองไทยนั้นมีปมประเด็นสำคัญ ที่ทำให้เกิดปัญหา ความแตกแยกในสังคม เนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมาย ที่หลายคนวิจารณ์ว่าจงใจเลือกปฏิบัติ รวมถึงยังมีการตีความ เพื่อลากกฎหมายไปในทิศทาง อันก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายของตน โดยไม่เคารพหลักนิติปรัชญา แต่จงใจใช้กฎหมายเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นการทำให้กฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์ และขาดความเที่ยงธรรม

การ “เสียบบัตร” แทนกัน จึง เป็น กรณีตัวอย่าง ให้สังคมไทย พึงตระหนัก ว่า สมควรหรือไม่ แม้ว่า จะไม่ใช่ เรื่อง “อุบาทว์-บัดสี-ฉ้อฉล”ครั้งแรก ที่เคยเกิดขึ้น ในแวดวง การเมือง ก็ตาม!