ฟันธง ไร้ปัญหา! “ไพบูลย์” มั่นใจ งบฯ 63 ผ่านแล้ว ยึดคําวินิจฉัยศาลรธน.ปี51 เป็นต้นแบบ

270
“ไพบูลย์” มั่นใจ “เสียบบัตร”แทนกัน ไม่กระทบ ร่างพรบ.งบฯปี63 ยก คำวินิจฉัยศาลรธน. ปม พรบ.งบฯผู้ตรวจการแผ่นดินปี 51 สะดุด เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ต่างจาก พรบ.ปี63 องค์ประชุมครบ ฟันธง 3.2 ล้านล้าน ผ่านสภาฯ ถูกต้อง
วันที่2 ม.ค.63 นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหน.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็น สส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล  ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังมีปัญหา การเสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาวาระ 2 และ 3
โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบฯปี63 น่าจะสอดคล้องกับแนวของคําวินิจฉัยที่ 8 /2551 วันที่ 8 ก.ค.51 เรื่อง นายกรัฐมนตรีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปัญหากระบวนการตราร่าง พรบ.งบประมาณ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. …. ซึ่งแม้ว่าคดีดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนี้ตกไป แต่เหตุที่ร่างตกไป ปรากฎในคำวินิจฉัยที่ 8/2551 มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้าประชุมเพียง 50 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของทั้งหมดคือ 121 คน ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม และถือว่าการประชุมลงมติดังกล่าวไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง
ดังนั้นการยื่นคำร้องกรณี ส.ส. “เสียบบัตร”แทนกัน ระหว่างและพิจารณาร่าง พรบ.ปี63 วาระ2 และ วาระ3 โดยข้อเท็จจริงมีเพียงแค่ 2-3 เสียง และ ไม่ใช่เสียงข้างมาก ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 120 ซึ่งมีหลักการเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 126  โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 วาระที่ 3 สมาชิกเข้าประชุม 450 เสียง ผลลงมติเห็นด้วย 253 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 196 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
นายไพบูลย์ จึงเห็นว่า ด้วยแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/2551 สอดคล้องกับ ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ซึ่งตราขึ้นโดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ออกเสียงครบองค์ประชุมและลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 120 ทั้งวาระ 2 และ 3 จึงเป็นร่างพรบ.ที่ตราขึ้นโดยถูกต้อง