นักวิชาการ ชื่อดัง! จับตา ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจถึงขั้น ทำให้ “บิ๊กตู่” วางมือ

346

นักวิชาการ นิด้า ชื่อดัง “ดร.พิชาย” ชี้ จับตา ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจถึงขั้นทำ “ประยุทธ์” ท้อ จนประกาศลาออก เชื่ออย่างน้อยต้องปรับ ครม. “ธรรมนัส – ดอน” ไม่น่ารอด

วันที่ 3 ม.ค. 63 รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อ.ประจำหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้ความเห็นถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ  “จับตาศึกซักฟอกรัฐบาล” ว่า อาจเกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง อย่างน้อยรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ก็สั่นสะเทือนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง หนักสุดน่าจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ หลักฐานต่าง ๆ ที่ฝ่ายค้านสืบเสาะมาจากออสเตรเลีย ทำให้มีน้ำหนักมากพอควร อีกคนที่น่าจะเผชิญข้อมูลจากฝ่ายค้านหนักก็คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กระทรวงนี้โครงการเยอะ มีเรื่องราวให้กล่าวขานมาก ถ้าฝ่ายค้านหาข้อมูลหลักฐานมาได้จะสร้างปัญหาให้พอควร

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นแกนหลักขับเคลื่อน พปชร. ถ้าสั่นคลอน พล.อ.ประวิตร ได้ ก็สั่นคลอน พปชร.ได้ แต่นอกจากเรื่องนาฬิกาแล้วเรื่องอื่นก็ไม่มีเรื่องอะไรอื้อฉาวปรากฏสู่สาธารณะ

ดังนั้นเป้าหมายหลัก คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ ข้อกล่าวหาไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ฝ่ายวิปรัฐบาลถึงกับต้องให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบว่าเป็นญัตติเท็จหรือไม่ ซึ่งตนคาดว่า นายชวน ไม่น่าจะรับลูกตรวจสอบ เพราะข้อกล่าวหาที่ว่ามามันเป็นจริง

เมื่อถามว่าศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเขย่ารัฐบาลถึงขั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไหม ดร.พิชาย กล่าวว่า ดูช่วงนี้ นายกฯทำงานหนัก ป่วยทั้งกายและใจ บางทีก็บ่นออกมาว่าทำงานหนักก็ยังโดนวิจารณ์ ถือเป็นเสียงบ่นที่ออกมาจากจิตใต้สำนึก อย่างไรก็ตามเชื่อว่านายกฯไม่มีผลประโยชน์อะไรที่ต้องพิทักษ์เอาไว้ ความคิดคงอยากทำอะไรเพื่อบ้านเมือง แต่พอเจออะไรหนัก ๆ เข้า ก็มีควมเป็นไปได้ ที่อาจจะอยากวางมือการเมือง

ดังนั้นมองว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คงถูลู่ถูกังต่อไม่ไหว อย่างน้อยต้องปรับ ครม. ที่อยู่ในข่ายชัดเจน  2 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แต่หากฝ่ายค้านอภิปรายไปแล้ว เกิดมีข้อมูลทำให้ประชาธิปัตย์ไม่ไหว ถึงขั้นงดออกเสียง นี่เรื่องหนักเลย เพราะยุบสภาก็ไม่ได้ ยกเว้นประกาศลาออก เมื่อก่อนถ้ารัฐบาลกลัวว่าจะแพ้อภิปรายจะชิงยุบสภา แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ให้ยุบสภา

ส่วนตัวแปรอย่าง ประชาธิปัตย์  กับ ภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล คงไม่กล้าทำอะไรหักหาญน้ำใจรัฐบาล ส่วน ประชาธิปัตย์ ในนามพรรคคงไม่ แต่ลูกพรรคไม่แน่ ว่าจะคุมเสียงกันได้หรือเปล่า ประชาธิปัตย์เองตอนนี้ก็ลุ้นว่า นายอภิสิทธิ์ จะคัมแบ็กหรือเปล่า สถานการณ์นี้ ก็มีการเคลื่อนไหวกันอยู่

เรื่องเสียบบัตรแทนกันก็อาจทำให้ไปถึงการคัมแบ็กของนายอภิสิทธิ์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ออกมาเปิดเรื่องเสียบบัตรแทนกัน กระทบทั้งต่อ พ.ร.บ.งบประมาณ กระทบพรรคอื่น ๆ ด้วย แต่เรื่องนี้โทษ นายนิพิฏฐ์ ไม่ได้ เพราะทำถูกแล้ว ต้องโทษคนที่เสียบบัตรแทนกัน ที่ทำให้สภามีปัญหา

เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.งบประมาณ 63 โมฆะหรือเปล่า ดร.พิชาย กล่าวว่า ถ้าศาลเห็นว่าเป็นเรื่องตัวบุคคล พ.ร.บ.ก็ผ่านไป แต่อีกทิศทางหนึ่งศาลอาจเห็นว่านี่คือการทำกระบวนการที่ทำให้รัฐสภาเสียหาย งบฯก็จะตกไป ตนคาดว่าแนวโน้มน่าจะเป็นแบบแรกมากกว่า