“จ่าประสิทธิ์”ลั่น ! สู้ถึงฏีกา หลัง อุทธรณ์ ยืนคุก 2ปี คดี ชิง “เสื้อเกราะ” ยุคเผาเมือง

82

ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยืนคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา “จ่าประสิทธิ์” คดีครอบครอง ยุทธภัณฑ์ เสื้อเกราะ และ หมวกนิรภัย ช่วงชุมนุมทางการเมืองปี 53 เจ้าตัว ลั่นขอสู้คดีถึงชั้นฏีกา

วันที่ 4 ก.พ.63 ที่ห้อว 901ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำอ.1937/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อายุ 53 ปี อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแนวร่วมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 15, 42 และรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

กรณีวันที่ 22 เม.ย.53 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจำเลย พบเสื้อเกราะกันกระสุน และ หมวกนิรภัยปราบจราจล ซึ่งเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์ อยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยมิได้รับอนุญาต อันเป็น ยุทธภัรฑ์ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 ในเหตุการณ์ที่ ส.อ.ชนะยุทธ คมสาคร สังกัดกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่

ได้มีคนร้ายมากกว่า 3 คนขึ้นไปร่วมกันใช้คันธงยาว 1 เมตร ตีประทุษร้ายและแย่งชิงหมวกนิรภัยปราบจลาจลราคา 3,745 บาท ที่ ส.อ.ชนะยุทธ ครอบครองที่ศีรษะไปโดยทุจริต เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่แขวง – เขตดุสิต กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 ให้จำคุก จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จำเลย ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา โดยวันนี้(4 ก.พ.) จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมภรรยา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว พฤติการณ์ของจำเลยเป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ซึ่งหมวกนิรภัยและเสื้อเกราะที่จำเลยรับไว้นั้น ได้มาจากการแย่งชิงจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ จำเลยไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัวตามที่อ้าง อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยขอให้รอลงอาญานั้น ศาลอุทธรณ์พิจารณาพฤติการณ์ชุมนุมที่ปรากฏข่าว ทราบโดยทั่วไปว่ามีการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสของเจ้าหน้าที่ มิใช่มีแต่ผู้ชุมนุม ไม่ถือเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จำเลย เปิดเผยว่า จะขอสู้คดีในชั้นฎีกาต่อ โดยเตรียมหลักทรัพย์มา 7 แสน เพื่อขอประกันตัว แต่หากการยื่นประกันสุดท้ายแล้วจะต้องส่งให้ศาลสูงพิจารณาคำร้อง แล้วส่งผลให้วันนี้ตนอาจต้องเข้าเรือนจำก่อน ตนก็ทำใจไว้แล้ว