ลุ้นระทึก! ศาลรธน. ชี้ชะตา พรบ.งบปี63 ครม. ดิ้นสู้ งัดฯ ม.143 ชง วุฒิสภาฯ กู้วิกฤตประเทศ

113

ลุ้น ศาลรธน.ชี้ ชะตา งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท เป็นโมฆะหรือไม่ โดยเตรียมออกบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยเวลา 13.00 น.ครม. เตรียม แนวทางรับสถานการณ์ป่วน งัดม.146 ชง วุฒิสภาฯ รับรองร่าง พรบ.งบฯ63 “สมคิด” ดิ้น ขายหน่วยลงทุนให้ปปช.นำเม็ดเงินมาใช้ทดแทน

วันที่7 ก.พ.63 ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 หลังจาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดอ่านคำวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

กรณีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนและได้กำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยพร้อมทั้งนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.เวลา 13.30 น.

ทั้งนี้ ปมปัญหาดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจสอบพบว่า ส.ส.จำนวน 3 คน คือ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ น.ส.ภริม พูลเจริญ และ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณางบประมาณในวาระ 2 และ 3 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาททำให้ร่างกฎหมายต้องหยุดชะงักยังไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ จนวิปรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน ต่างยื่นเรื่องต่อ นายชวน หลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่างบประมาณปี 2563 จะเป็นโมฆะหรือไม่

สำหรับแนวทางการการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีนักกฏหมายแสดงความคิดเห็น ออกได้ 2 แนวทาง คือ ให้ร่างกฎหมายงบประมาณฯ ตกไปทั้งฉบับ หรือชี้ให้เห็นปัญหาบางมาตราหรือเนื้อหา เพื่อให้ดำเนินการแก้ไข

มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้เตรียมไว้ 2 แนวทางออกคือ กรณีศาลฯมีคำวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ตกทั้งฉบับก็จะเสนอให้สภาฯพิจารณาอีกครั้ง 3 วาระรวด ซึ่งต้องช้เวลานานพอสมควร ส่วนแนวทางที่ 2 ใช้ 143 เนื่องจากกระบวนการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 สภาฯทำไม่เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา 105 วัน โดยให้นำร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายที่ผ่านมติครม. เสนอให้วุฒิสภา (ส.ว.) ลงมติรับรองใหม่อีกครั้ง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ยอมรับว่ากรณีนี้เป็นปัญหาที่สร้างปัญหาให้กับรัฐบาล ต่อการเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆ และยังไม่ชัดเจนว่า งบประมาณวงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท จะนำออกมาใช้ได้เมื่อไร ทั้งนี้ได้หาทางออกโดยจะเสนอขายหน่วยการลงทุนให้ประชาชนที่สนใจเพื่อนำเม็ดเงินที่ได้ไปใช้จ่ายทดแทนก่อน