“บิ๊กตู่” ลั่น! ฝ่ายความมั่นคง จะละเลยความรับผิดชอบไม่ได้ สั่งหามาตรการป้องกันในอนาคต ลดความสูญเสีย ขอไม่เรียก”วิสามัญ” ชี้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธ จนท.ก็มีสิทธิตอบโต้ สั่งจิตแพทย์ประเมินค่ายทหาร กำชับผู้บังคับบัญชาเอาใจใส่ความเป็นอยู่ลูกน้อง
วันทึ่ 9 ก.พ.63 ที่ พล.ม.2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังเดินทางกลับจาก จ.นครราชสีมา ว่า ทุกคนทราบดี สถานการณ์เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ซึ่งรัฐบาลโดยตนเอง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา ทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย เป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วยเหลือกันว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
เรื่องการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ จะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด เราอย่ามามองว่าเราทำงานไม่ดีไม่เก่งอะไรเลย หรือทำให้เวลามันเนิ่นนาน นั่นไงคือปัญหาของเรา ว่าทำอย่างไรจะสงวนชีวิตคนกว่าร้อยที่อยู่ในอาคาร ซึ่งท้ายที่สุดก็มีการใช้อาวุธปะทะกัน ไม่ใช้คำว่าวิสามัญดีกว่า ตนถือว่ามีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิใช้อาวุธเช่นเดียวกัน เราไม่อยากให้ใครสูญเสียที้งสิ้น ถ้าถามว่า อยากให้เหตุการณ์ยุติเร็วหรือไม่ ตนขอตอบว่า อยากให้ยุติตั้งแต่โอกาสแรก แต่มันทำไม่ได้ เพราะมีประชาชนติดอยู่ในนั้น
สิ่งที่จะต้องดูกันต่อไป ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร หน่วยต่างๆ ต้องมาดูเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญจิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง บางทีซึมเศร้า โกรธแค้น บางทีไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะควบคุมไม่ได้ จึงให้กรมสุขภาพจิตประเมินทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสีย ดูแลเอาใจใส่เขา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเข้าไปดูว่าใครที่จะมีปัญหากับการเรียน เพราะมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บด้วย จึงเป็นห่วงเรื่องการเรียนของเขา
“ทุกอย่างต้องมีบทเรียน ผมก็มีบทเรียนของผม สื่อก็มีบทเรียนของสื่อ เข้าใจหรือไม่ ประชาชนก็มีบทเรียนว่าต้องทำอย่างไร สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ มันเรียกลับมาไม่ได้ สิ่งที่เราต้องทำต่อคือแก้ปัญหาเหล่านี้ต่อไปอย่างไรด้วยความรัก ความสามัคคี ความห่วงใย หยุดสร้างความเกลียดชังเหล่านี้สำคัญสุดในวาระนี้ และวาระต่อไป”
เมื่อถามว่า จะมีการส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยในค่ายทหารหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เป็นภาพลบกับทหาร นายกฯ กล่าวว่า ตนได้สั่งไปแล้วและกรมสุขภาพจิตได้เข้าไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานไปดูแลประชาชน ดูแลผู้บาดเจ็บ และเข้าไปประเมินในค่ายทหาร รวมถึงได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้มากขึ้น



