สิ่งชั่วร้ายถาโถม! ‘จตุพร’ แนะทำบุญประเทศ ไล่อาเพศ-ขจัดลางร้าย เย้ย รบ.ไม่มีน้ำยาแก้

88

“จตุพร”แนะทำบุญประเทศ หลังเกิดอาเพศ ทั้งภัยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ล่าสุดเกิดเหตุกราดยิงที่โคราช เผย การทำบุญ จะช่วยสร้างความสุขให้ปชช.ในระยะสั้นๆ ท่ามกลางรบ.ไม่มีน้ำยาแก้ปัญหาได้ 

วันที่ 9 ก.พ.63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ “ลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์” ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 โดย นายจตุพร กล่าวถึงเหตุการณ์ทหารคลั่งกราดยิงประชาชนในวันมาฆบูชา ที่ จ.นครราชสีมา ว่า ระยะเวลาร่วม 18 ชั่วโมง นำความตายทั้งหมด 27 ชีวิต บาดเจ็บ 57 ราย คงไม่มีใครคาดคิดว่าวันพระใหญ่ มาฆบูชา หรือวันจาตุรงคสันนิบาต ที่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นพระอรหันต์ 1250 รูปสมัยพุทธกาล ได้ไปที่วัดเวฬุวัน เพื่อฟังพระพุทธเจ้า แสดงมหาธรรมโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งการนัดหมายในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เมื่อวานนี้เป็นเรื่องของโศกนาฏกรรมตั้งแต่ 14 นาฬิกา ถึง 9 นาฬิกาของวันนี้

ตนเชื่อว่าคนไทยได้ติดตามเหตุการณ์จนกระทั่งเสร็จสิ้นต่างก็ส่งหัวใจ ดวงใจไปยังพี่น้องโคราชให้รอดพ้นและร่วมไว้อาลัยให้กับผู้ที่จากไปซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราไม่เคยคิดว่าการสังหารหมู่ในประเทศไทยโดยบุคคลคนเดียวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวข้องกับคนเพียงไม่กี่คนจะลุกลามไปฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนั้น อาเพศที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจออย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเขื่อนหรือแม่น้ำกว่า 15 แห่ง ต่างแห้งเหือดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบกว่า 50 ปี และจะลุกลามไปถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้มีคำถามหลายอย่างว่า ประเทศไทยจะอยู่ท่ามกลางการขาดน้ำในช่วง 5 – 6 เดือนนี้อย่างไร

นอกจากนี้ ภัยแล้งยังนำไปสู่พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับเป็นเรื่องของการขาดหายและเป็นความเสียหาย/เศรษฐกิจปากท้องล้มระเนระนาด ไวรัสโคโรน่า ซึ่งทวีความรุนแรงในจีนคนตายเพิ่มทุกวัน และยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดลงเมื่อใด อาเพศแบบนี้ตนอยากเสนอไม่ว่าจะคิดอ่านทางการเมืองกันอย่างไร แม้ในใจตนอยากให้รัฐบาลชุดนี้ออกไปใจจะขาด แต่คนไทยต้องคิดอ่าน และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงบรรดาผู้รู้คิดอ่านกันว่า เมื่อประเทศเกิดอาเพศ ก็ควรจะทำบุญประเทศ เพราะความชั่วร้าย อาเพศต่างๆ ถาโถมเข้ามา แต่คนที่เดือดร้อนคือประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามีคนคุ้มคลั่งออกมาฆ่าคนตายในวันมาฆบูชา

เราไม่เคยเจอความเเห้งแล้ง ไม่เคยเจอความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และ เจอไวรัสโคโรน่า ที่ถึงขนาดแย่งซื้อหน้ากาก จนกระทั่งคนไปรอซื้อ ก็ซื้อไม่ได้หากรัฐมนตรียังไม่เป็นประธานเปิดงาน ทั้งที่ไม่ได้แจกฟรี ไปซื้อก็ยังต้องรอ ทำให้เกิดความอึดอัดกันไปหมด แต่นักการเมืองก็ยังคิดว่าต้องมีพิธีการ ส่วนตัวในฐานะคนไทยที่ย่างเข้า 55 ปีแล้ว ก็เล็งเห็นเหมือนปรากฏการณ์ตอนไข้หวัดนกที่ต้องสังหารสัตว์ปีกกว่า 10 ล้านตัวจนสุดท้ายต้องทำบุญประเทศ

ดังนั้น บรรดาผู้รู้ควรจะคิดอ่านกันได้แล้วว่าประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด เกิดอาเพศเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากไปทั่วทุกหัวระแหงนั้นควรจะมีการทำบุญอย่างน้อยที่สุดก็สร้างความสุขให้กับประชาชนในระยะสั้นๆ และอย่างน้อยทางกายภาพ รัฐบาลไม่มีน้ำยาแก้ไขปัญหาใดๆให้กับประชาชนได้แล้วเราก็จะได้เยียวยาความรู้สึกทางใจของประชาชนกันบ้าง ในฐานะประชาชนคนไทยร่วมกันต่ออายุให้กับประเทศไทยไม่ใช่ต่ออายุให้กับรัฐบาล

ดังนั้น ตนอยากบอกกับประชาชนว่าโศกนาฏกรรมเมื่อวานนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดและเราไม่เคยเห็นคนหนึ่งคนมีความคลุ้มคลั่งยิงบุคคลอื่นถึงแก่ชีวิต 26 คนรวมผู้ก่อเหตุเป็น 27 ศพ นี่เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งชาติต้องร่วมกันไว้อาลัยให้กับประชาชนเหล่านั้น เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าหรือเดินทางไปบนท้องถนนในวันมาฆบูชาจะนำความตายไปสู่พวกเขาเหล่านั้น

อีกทั้งเมื่อวานนี้มีการแข่งขันฟุตบอลจุฬาฯ ธรรมศาสตร์มีการแปลตัวอักษรจำนวนมาก มีการเดินพาเหรด มีข้อความประชดทางการเมืองมากมาย เรื่องเหล่านี้ก็ถูกลบกับความตายกับความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นโดยจ่าสิบเอกคนหนึ่ง ที่สุดท้ายจบลงในเวลา 9 นาฬิกาของวันนี้ และเหลือไว้เพียงแต่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน