ศาลสั่งคุก “สมเกียรติ” แกนนำ พธม. 2 ปี “เจ๊ปอง-ภูวดล-ยุทธิยง-น้องชายสนธิ” 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีนำบุก พธม.บุก NBT ไล่รัฐบาลสมัครเมื่อปี 51 ก่อนให้ประกัน เป็นเงินสดรายละ2แสน เว้น สมเกียรติ ใช้หลักทรัพย์ วงเงิน8 แสน
วันที่ 12 ก.พ.63 เวลา 9.30 น. ที่ห้องพิจารณา 811ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีพธม.บุกNBT.หมายเลขดำ อ.1033/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ กรณีร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551

อัยการโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 25 -26 ส.ค. 2551 จำเลยทั้งห้ากับพวก 85 คน ที่ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษแล้ว ร่วมกันกระทำความผิดร่วมกัน ก่อการวุ่นวายขึ้นโดยมีอาวุธปืน มีด ขวาน ไม้กอล์ฟ ไม้ท่อน หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก บุกรุกเข้าไปในบริเวณและอาคารสำนักงานสถานีเอ็นบีที ทุบทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบกล้องวงจรปิดอันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร ฐานร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
วันนี้จำเลยทั้งหมดเดินทางมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน โดยนายภูวดลนั่งรถเข็นมาศาล และมีกลุ่มคนเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง น.ส.อัญชะลี เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน และให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นฟังการพิจารณาคดีว่า วันนี้มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีบุกสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบคำพิพากษาของศาล แต่ก็ได้เตรียมหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัวมาด้วย ส่วนรายละเอียดในคดีให้ทีมทนายความดำเนินการทั้งหมด ทั้งเอกสาร พยานในการต่อสู้คดี รวมถึงหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว โดยตนเองไม่ทราบถึงรายละเอียด
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน ให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่2-4 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ภายหลังคำพิพากษาทนายของจำเลยทั้ง 5 คน ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยนายสมเกียรติ จำเลย ที่ 1 ใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ 2-5 ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท รวม 800,000 บาทประกันตัว
ศาลพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งอนุญาตจำเลยทั้ง 5 คน มีประกันตัวไป โดยนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 ตีราคาประกัน 3แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ



