“ธรรมนัส” งัดหลักฐาน เปิดหน้าชน ฝ่ายค้าน เอกสารคำแปลรับสารภาพคดียาเสพติด ที่ออสเตรเลียไม่จริง โต้ลั่นยันไม่ได้นำเข้าเฮโรอีน แค่ ปิดบังข้อเท็จจริง แจงการนำคำสั่งศาลประเทศอื่น มาบังคับใช้รัฐบาลไทยไม่ได้ เย้ยหากถูกลงโทษจริง คงต้องตายแล้วเกิดใหม่มาติดคุก
เมื่อเวลา 00.30 น.ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ อภิปรายชี้แจงข้อกล่าวหาฝ่ายค้าน กรณีพัวพันยาเสพติด ที่ ประเทศออสเตรเลียว่า เรื่องที่ยกมาเป็นอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 3 รับรองว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มติครม.ไทย ไปบังคับใช้กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการจะนำมติครม. ออสเตรเลีย มาบังคับใช้กับประเทศไทยก็ไม่ได้
ขณะที่อำนาจนิติบัญญัติ ที่ตรากฎหมายบังคับใช้ จะมีผลเฉพาะรัฐนั้นๆ ไม่สามารถนำกฎหมายออสเตรเลีย บังคับหรือลงโทษคนไทยในรัฐไทยไม่ได้ ขณะที่อำนาจตุลาการ จะมีผลพิพากษาเฉพาะตามอำนาจของรัฐเท่านั้น แต่หากคู่กรณีแต่ละประเทศจะนำมาบังคับใช้กับกฎหมายไทย ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายด้วย เช่น กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ห้ามคนต่างด้าวที่ต้องคำพิพากษา หรือโทษตามกฎหมายของประเทศไทย

“ก่อนฟังผู้อภิปราย ผมตื่นเต้นว่ามีอะไรเด็ด แต่พอฟังแล้วไม่ตื่นเต้น เพราะสิ่งที่พยายามอภิปรายคือคำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวล ผมมีมาตั้งนานแล้ว และได้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คัดสำเนาคำพิพากษา วันที่ 31 มีนาคม 2537 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รัฐ 10 มีนาคม 2538 เอกสารที่ท่านแสดง ผมมีมากกว่าท่าน สาระสำคัญที่เชื่อว่าท่านไม่มี คือ การเจรจาก่อนเข้าสู่กระบวนการของลูกขุน อย่างไรก็ตามที่ระบุมีคำแปลว่า ผมรับสารภาพเจตนานำเข้ายาเสพติด นั้นไม่จริง เพราะคำแปลที่มีผู้รับรองซึ่งเชื่อถือได้ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่าผมรับสารภาพนำเข้า ส่งออก จำหน่ายและผลิตเฮโรอีน มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ยืนยันว่าไม่ได้รับสารภาพ เพราะหากผมถูกลงโทษตามผู้อภิปรายชี้แจง คงต้องตายแล้วต้องเกิดใหม่เพื่อรับโทษให้ครบ โดยคำพิพากษาระบุว่าความผิดของผมคือ ฐานรู้ว่ามีผู้กระทำความผิดแต่ปกปิดไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ให้ทราบเท่านั้น”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนโดนลงโทษจำคุก 4 ปี ถูกส่งตัวไปที่เมืองโอบารอนส์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นความผิดลหุโทษ เข้าไปทำงานในฟาร์ม ไม่ได้ถูกขังอยู่ในเรือนจำ โดยตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.40 หากไปตรวจสอบข้อมูลราชการ จะพบว่าตนไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นจุดบอดเ ป็นตราบาปของตน
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณี มีสื่อมวลชน ถูกจ้างให้ทำข่าวใส่ร้ายป้ายสีตนจนเสียหายนั้น ถูกตนฟ้องดำเนินคดีอาญา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 รวมถึงดำเนินคดีกับคนที่กล่าวหา ล่าสุดมีการอ้อนวอนขอให้ถอนฟ้อง รวมถึงการอภิปรายครั้งนี้ตนให้วอร์รูมที่จ.พะเยา ดูแลข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดี



