“จุฬารวมพล” ออกแถลงการณ์ แจง “ชักธงดำ” เพื่อแสดงสัญญลักษณ์ ขับไล่เผด็จการ

201
“กลุ่มจุฬาฯรวมพล” ชี้แจงนำ “ธงดำ” ไปผูกหลังเจ้าหน้าที่นำธงชาติออกจากเสาแล้ว ช่วงหลัง 6 โมงเย็น พร้อมลงบันทึกประจำวัน เล็งเอาผิดเจ้าหน้าที่รปภ.ถ่ายคลิป
กลุ่มผู้จัดกิจกรรม “จุฬาฯรวมพล” ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงกรณีการเผยแพร่คลิป ชักธงดำ โดยระบุว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปของนิสิตจุฬาฯที่ กำลังผูกธงสีดำภายหลังการนำธงชาติลงจากเสาเมื่อวันที่ 24 ก.พ.63 เวลา 18.05 น. และได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าห้ามปราม ทางกลุ่มผู้จัดกิจกรรม “จุฬาฯรวมพล”ใคร่ขอชี้แจงดังนี้
1.การนำธงชาติลงเป็นเวลาหลังเคารพธงชาติ เมื่อเวลา 18.00 น. อันเป็นเวลาชักธงชาติลงตามปกติของประเทศไทย หลังจากเจ้าหน้าที่ของจุฬาฯได้นำธงชาติออกจากเชือกตามหน้าที่แล้ว นิสิตจุฬาฯผู้ที่อยู่ในคลิปดังกล่าวจึงได้เข้าไปผูกธงสีดำไว้กับเชือกก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามปราม ภายในการจัดกิจกรรม “จุฬาฯรวมพล” มิได้มีความพยายามในการชักธงชาติไทยลงเพื่อแทนที่ด้วยธงสีดำแต่อย่างใด
2.การชักธงสีดำขึ้นครึ่งเสานั้น เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อไว้อาลัยแก่กระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ธงสีดำครึ่งเสาเคยถูกหยิบยกมาใช้ในการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์มาก่อนแล้วในประเทศไทย เช่น ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อันเป็นการชุมนุมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐบาลเผด็จการทหาร
3.คลิปที่ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมอนไลน์นั้นถูกบันทึกโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจุฬาฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนิสิตผู้อยู่ในคลิป ขณะนี้นิสิตคนดังกล่าวได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และจะมีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ นิสิตจุฬาฯผู้ที่อยู่ในคลิปดังกล่าวมิได้ประสบความสำเร็จในการชักธงดำครึ่งเสา เนื่องจากได้ถูกระงับโดยเจ้าหน้าที่รปภ. ดังนั้น กลุ่มจุฬาฯรวมพล ในฐานะนิสิตจุฬาฯที่ต้องการรวมตัวเพื่อแสดงออกถึงความไม่พึงพอใจต่อความยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย จึงได้ทำแถลงการณ์ฉบับนี้ขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนว่า
นิสิตคนดังกล่าวและกลุ่มผู้จัดกิจกรรมมิได้มีความต้องการให้ธงไตรตงค์อันเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยที่รักยิ่งของพวกเรานั้นแปดเปื้อนแต่อย่างใด หากแต่ต้องการพื้นที่ในการแสดงออก เมื่อเสียงของเราถูกกดทับจากรัฐบาลที่ไม่เป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมายที่ตีความเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนยากที่จะได้ยินแม้เสียงกระซิบ