“อนาคตใหม่” ย้อนอดีต หลังชนะศึกเลือกตั้ง ได้เสียงสส.ท่วมท้น พร้อมชู “สัตยาบัน” 5 ข้อให้กับ 54 สส.ที่ยังเหลืออยู่ ยึด”อุดมการณ์”เพื่อประชาชน ยืนเคียงข้าง”พรรคก้าวไกล” เดินหน้าขับไล่ เผด็จการ
31 มีนาคม 2563 เพจเฟซบุ๊กอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความหัวข้อ ครบรอบ 1 ปี ลงนามสัตยาบัน “อนาคตใหม่” 5 ข้อ ไม่สนับสนุน “ประยุทธ์” เด็ดขาด พร้อมให้ 54 ส.ส. ยึดมั่นอุดมการณ์สานต่อภารกิจกับ “พรรคก้าวไกล” โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งความว่า
“มีทางเลือกที่จะหยิบเงิน 10 ล้านแล้วหันหลังให้เพื่อนเราในห้องนี้และจากไป หรือปฏิเสธมันแล้วอยู่กับทุกคน ร่วมกันยืนยันว่า อนาคตที่อยากเห็น คือสิ่งที่จะร่วมกันสร้างขึ้นมาผ่านพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ผ่านพรรคการเมือง ที่ยึดโยงกับสมาชิก ยึดโยงกัประชาชน

วันนี้ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศก้องด้วยประโยคข้างต้น ท่ามกลางกว่า 500 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ว่าที่ ส.ส. ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ คณะทำงานจังหวัด และเจ้าหน้าที่พรรค ซึ่งมารวมตัวกัน เป็นสักขีพยานในการลงนาม “คำประกาศสัตยาบัน”
ย้อนกลับไปเหตุการณ์ในวันนั้น เพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้เพียงราว 1 สัปดาห์ ขณะที่หน้าข่าวกำลังสะพัดด้วยเรื่องสูตรการคำนวนคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อันพิลึกพิลั่น ข่าวการจับมือจับขั้วเตรียมตั้งรัฐบาล และข่าวการซื้อตัว ส.ส. ซึ่งมีราคาค่างวดเป็นตัวเลขถึง 8 หลัก พรรคอนาคตใหม่ได้จัดงานสัมมนา ว่าที่ ส.ส. ของพรรค 88 ชีวิต ซึ่งล้วนแต่เป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด
กิจกรรมดังกล่าวของพรรคอนาคตใหม่ มีการเชิญ คุณอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” กิจกรรมเวิร์คช็อป การเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในหัวข้อ “ต้องการทำอะไรเมื่อได้เป็น ส.ส.” การเตรียมตัวเป็น ส.ส. ข้อควรปฏิบัติ และสิ่งที่ต้องทำตาม ที่ รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนด ก่อนจะมีไฮไลท์สำคัญคือกิจกรรมสำคัญอย่างการลงนาม “คำประกาศสัตยาบัน”

ท่ามกลางสักขีพยานกว่า 500 ชีวิต “ธนาธร”อ่านคำประกาศสัตยาบันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่้วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
1.จะสนับสนุนและผลักดันบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมติของพรรคอนาคตใหม่ และจะไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างเด็ดขาด เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.
2.จะสนับสนุนและผลักดันการลบล้างผลพวงรัฐประหารของ คสช.
3.จะสนับสนุนและผลักดันให้มีการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
4.จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ
5.จะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง”
จบข้อความตามสัตยาบัน จากนั้นเข้าสู่การประกาศรายชื่อว่า ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ทั้ง 88 คน ทีละคนๆ ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อลงนาม โดยมีเสียงปรบมือจากผู้คนที่มาร่วมงานดังกระหึ่มมอบให้กับทุกคน
สรุป ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ที่ย้ายไปสู่พรรคการเมืองใหม่ด้วยกัน คือ “พรรคก้าวไกล” มีจำนวนทั้งสิ้น 54 คน
เป็น 54 คนที่ ยึดมั่นอุดมการณ์ และ พร้อมร่วมกันสานต่อภารกิจดังที่ได้ลงนามในสัตยาบันไว้ เพราะตราบใดที่ภารกิจ 5 ข้อนั้น ยังไม่สำเร็จ ต้องเดินหน้าไปต่อ ดังที่ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค เคยกล่าวไว้ในวันดังกล่าวว่า
“การลงชื่อในคำประกาศสัตยาบัน แม้จะไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่จะเป็นหมุดหมายใหม่ว่าเราเริ่มต้นทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ ด้วยความหวัง เราจะไม่ทรยศพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคอนาคตใหม่ เราจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน แม้ว่าท่านจะเลือกหรือไม่ได้เลือกเราก็ตาม”
# อนาคตใหม่# สัตยาบัน# ธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ# ปิยบุตร แสงกนกกุล# ก้าวไกล”



