หน้าแรก ในประเทศ ครม.อนุมัติ!4หมื่นตำแหน่งให้ สธ. เติมกำลังรบ ทำสงครามต้านมหันตภัย’โควิด-19′

ครม.อนุมัติ!4หมื่นตำแหน่งให้ สธ. เติมกำลังรบ ทำสงครามต้านมหันตภัย’โควิด-19′

ครม.ไฟเขียวหลักการ ‘สธ.’ ดันบรรจุบุคลากรแพทย์เพิ่มกว่า 4 หมื่นตำแหน่งสู้โควิด-19 แนะคุย ‘ก.พ.-กพร.’ ก่อนชงเสนออนุมัติ 7 เม.ย.นี้ ‘อนุทิน’ จดทุกรายละเอียดรายงานที่ประชุม ระบุค้างคามานาน จะช่วยเสริมขวัญกำลังใจให้คนทำงาน

 

วันที่ 3 เม.ย. 63 การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ ที่ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 และพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้มีมติอนุมัติหลักการบรรจุพนักงาน ลูกจ้าง สาธารณสุข เป็นข้าราชการ ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำเสนอ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบสาธารณสุขไทย อย่างยั่งยืน และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ต่อสู้กับโรคโควิด-19

โดยครม. ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และทำเรื่องเสนอครม.อนุมัติ อีกครั้งในการประชุมวันที่ 7เม.ย.นี่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ได้เสนอวาระขอบรรจุข้าราชการเพิ่มเติมที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 45,242 ตำแหน่ง ประกอบด้วยพยาบาลที่ยังไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชdki และนักวิชาการสาธารณสุข หรือ หมออนามัย ที่ ทำงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ในการควบคุมโรคต่างจังหวัดและพื้นที่ชนบท และเป็นกำลังสำคัญในการทำระบบ กักตัวโดยรัฐ หรือ State Quarantine

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้ขอนำเสนอหลักการดังกล่าว ด้วยตนเอง คือ ขอบรรจุข้าราชการ สังกัด สธ.เพิ่มเติม จำนวน 45,684 คน จากทั้งหมด 160,000 คน เมื่อมีสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ ได้เห็นการทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของบุคลากรสาธารณสุขเหล่านี้ที่เข้าไปต่อสู้รักษาป้องกันอย่างสุดความสามารถ ที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อคนในชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่าโรคโควิด-19 นอกจากจะคร่าชีวิตผู้ป่วยเป็นจำนวนมากแล้ว ยังเป็นโรคที่คร่าชีวิต แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขมากที่สุดด้วย

“การปรับสถานะให้พวกเขาได้มีความมั่นคงในอาชีพการงาน จะทำให้คุณภาพของงานบริการผู้ป่วยได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน เป็นเรื่องที่ค้างคามานาน ต้องใช้อำนาจทางการบริหารเท่านั้นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาได้ บุคลากรเหล่านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะทางเป็นสายอาชีพ ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยคนสายอื่นหรือเครื่องจักรได้ ที่นำเสนอมานี้ไม่ใช่เป็นการมาขออัตราเพิ่ม แต่เป็นการทำให้ระบบมีความสมบูรณ์” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว


ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายอนุทิน ได้เตรียมเสนอมาอย่างดี โดยจดรายละเอียดในสิ่งที่เตรียมจะเสนอ ครม.ไว้ในกระดาษหลายแผ่น เนื้อหามีดังนี้

” วันนี้มีเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 7 เรื่องที่เกี่ยวกับการเยียวยาโควิด 19 แต่ผมจะขอนำเสนอด้วยตนเองในเรื่องที่ 3 คืนเรื่องการขอบรรจุข้าราชการเพิ่มเติม จากที่เป็นพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนนี้ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ จำนวน 45,684 คน

จากบุคลากรประเภทนี้ที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 160,000 คน แต่ผมขอความกรุณา คณะรัฐมนตรีอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องจำนวน

บุคลากรเหล่านี้ ล้วนเป็นบุคลากรวิชาชีพ อาทิเช่น แพทย์พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เป็นบุคลากรที่มีทักษะ และได้รับการอบรมเป็นอย่างดี ประเทศจะต้องรักษา ให้ระบบสาธารณสุข คงจำนวนบุคลากรเหล่านี้ ให้อยู่ในระบบอย่างยั่งยืน

แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆของกลไกราชการ บุคลากรเหล่านี้ มีสภาพเป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ กระทรวงสาธารณสุข ใช้เงินบำรุง ของแต่ละโรงพยาบาล มาว่าจ้าง ทำให้เกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของบุคลากรในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อมีข้อสนอที่ดีกว่าจากภาคส่วนอื่นๆ เขาก็ต้องไปทำงาน ในที่ที่มีรายได้มากกว่า ทั้งที่ต้นทุนในการฝึกฝนทักษะ รัฐเป็นผู้ลงทุนไว้

เมื่อมีสถานการณ์โรค Covid-19 ในครั้งนี้ เราได้เห็นความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่น ของบุคลากรสาธารณสุขเหล่านี้ ที่เข้าไปต่อสู่ รักษา ป้องกัน อย่างสุดความสามารถ ที่จะทำใก้เกิดความปลอดภัยแก่คนในชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า โรคโควิด นอกจากจะคร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากแล้ว ยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตบุคลากร สธ. มากที่สุดด้วย

การปรับสถานะให้เขามีความมั่นคงในอาชีพการงาน จะทำให้คุณภาพของการบริการผู้ป่วยได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ค้างคามานานต้องใช้อำนาจในการบริหารเท่านั้น ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาได้

บุคคลเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะทาง เป็นสายอาชีพ ที่นำเสนอมานี้ไม่ใช่เป็นการขออัตราเพิ่ม แต่เป็นการ ทุกวันนี้ ทำให้ระบบมีความสมบูรณ์ ทุกวันนี้เราใช้เงินบำรุงจากโรงพยาบาลจ้าง ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ ต่อให้ปรับสถานะของเขา ก็ไม่ได้เท่ากับจะทำให้เขามีรายได้เท่ากับที่เขาไปทำงานกับเอกชน แต่อย่างน้อยคำว่าข้าราชการก็จะทำให้เขามีความภาคภูมิใจในวิชาชีพของพวกเขา สามารถทดแทนทางเลือก ที่จะไปทำงานในภาคส่วนอื่น เนื่องจากมีความมั่นคงและมีเกียรติยศ

สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นการเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุขของประเทศ ให้เรามีความยั่งยืนมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม

เราจะมีบุคลากรด้านการสาธารณสุข ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ความพร้อมและศักยภาพ ในการรับมือโรคระบาดใหญ่ในอนาคต และที่สำคัญที่สุด เรากำลังสร้างฐานที่มั่นคงให้กับการสาธารณสุข ที่พร้อมดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

หลังจากโควิด คนเหล่านี้จะเป็นผู้ดูแล รักษา และป้องกันโรค ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอาย ที่แข็งแรงมั่นคง ยั่งยืน และเป็นประเทศที่มีระบบการสาธารณสุขที่เข้มแข็งอันดับต้นๆของโลกตลอดไป

หากข้อเสนอนี้ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เราจะสร้างความมั่นคงให้กับบุคลากรด้านการสาธารณสุขได้เป็นจำนวนมาก และเป็นการวางรากฐานและเสริมระบบที่มั่นคงให้กับระบบ สธ. ให้แข็งแกร่งยั่งยืน ด้วยผลลัพธ์ที่ได้มาคือ สธ.มีบุคลากรที่เข้มแข็ง มากด้วยประสบการณ์ และความชำนาญ

โรงพยาบาลไม่ต้องนำเงินบำรุงมาจ้างบุคลากรที่มีความไม่แน่นอน ว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่ และสามารถนำเงินเหล่านี้ไปพัฒนาหน่วยบริการ แก้ไขปัญหาการเงิน ตามภารกิจของ ร.พ.ได้

นี่คือสิ่งที่ได้รับกลับมา ซึ่งจะส่งผลให้ความพยายามและความทุ่มเท ที่พวกเขาใส่ลงไป ไม่สูญเปล่า ”