การประชุม คณะรัฐมนตรี วันนี้ (7 เม.ย.) หลังหยุดยาว 3 วัน กูรู ด้านเศรษฐกิจ ทุกสำนักต่าง”ฟันธง” ตรงกัน หนีไม่พ้น เรื่องมาตรการช่วยเหลือปชช.ในช่วงวิกฤต-19 หาเงินเยียวยา5พันให้ปชช., จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สุดท้าย และที่สำคัญ ครม.ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า จะหาเงินมาจากไหนและอย่างไร?
เบื้องต้น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะเสนอ ครม.อนุมัติ มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจระยะที่ 3 วงเงิน 1.68 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10% ของจีดีพีปี 2562 ครอบคลุมทุกมิติเศรษฐกิจสังคมเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่ง โดย สามหน่วยงาน ต้อง ทำงานร่วมกัน คือ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
มาตรการเยียวยา 1.68 ล้านล้านบาท จะดูแลเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม คือ 1.ประชาชนและธุรกิจ 2 ดูแลให้มีกิจกรรมเศรษฐกิจในช่วงที่ทุกอย่างติดขัด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วง 3-4 เดือนนี้ 3 ดูแลภาคเศรษฐกิจการเงิน เพราะปัญหาในภาคเศรษฐกิจจริงเกี่ยวข้องไปถึงภาคเศรษฐกิจการเงิน ขณะนี้ไม่มีปัญหา แต่ไม่ประมาท จึงให้ครอบคลุมภาคการเงินอย่างครบถ้วนทุกมิติ

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีคลัง ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่ 1 ประชาชน จะดูแลเกษตรกรเพิ่ม ลูกจ้างในระบบและนอกระบบ ประกันสังคม ลดภาระการผ่อนสินเชื่อเพิ่ม กลุ่มที่ 2 ดูแลโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม งบประมาณการแพทย์เพื่อสู้กับโควิด-19 ดูแลเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ local economy เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและประเทศไปพร้อมกัน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมทั่วประเทศ กลุ่มที่ 3 ผู้ประกอบการ เรื่องกู้ยืมเงิน สภาพคล่อง โดยจะมีมาตรการเพิ่มเติมจากเดิม
ตลาดเงิน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เปิดเผยว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยการขยายมาตรการ “พักเงินต้น-ดอกเบี้ย” ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกมาก ครอบคลุมผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และ สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง เพื่อดูแลลูกจ้างและผู้ประกอบการให้ก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปให้ได้ ครม.ยังเห็นชอบให้แบงก์ชาติออก พ.ร.ก.จัดทำ soft loan โดยตรงด้วยเงินของแบงก์ชาติเอง ไม่ใช่การกู้เงินจะช่วยส่วนที่ไม่ใช่สถาบันการเงินด้วย เช่น เช่าซื้อ ครอบคลุมลูกค้าใหญ่ขึ้น
นอกจากนี้ แบงก์ชาติ จะร่วมกับ ก.ล.ต. พิจารณา กลไกดูแลตลาดตราสารหนี้ ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก 3.5 ล้านล้านบาท ครอบคลุมประชาชนและองค์กรที่ลงทุนมากมาย เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ ธุรกิจ เพื่อ สร้างหลังพิง ให้กับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ให้เดินต่อไปได้ โดยแบงก์ชาติจะเข้าไปซื้อตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีที่ครบกำหนด เพื่อให้มีเงินไปชำระหนี้ที่ครบกำหนด
# สมคิด จาตุศรีพิทักษ์# กระทรวงการคลัง# อุตตม สาวนายน# เศรษฐกิจ# โควิด-19



