เตือนสติ! คิดก่อนโพสต์ ให้ข้อมูลเท็จ หลอกรับ เงินเยียวยา 5พัน คุก 2 ปี

96
“ชาญกฤช” เตือนสติ คิดก่อนโพส ชี้ หากหลอกรัฐ ได้เงิน 5,000 บาท มีความผิดอาญา เจอ 2 ข้อหาหนัก คุก3ปี ปรับ 6 หมื่น  พบหลัง ก.คลัง ประกาศดำเนินคดีแน่ แห่ ยกเลิกกว่า 3.3 แสนราย 
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวเตือน ผู้ที่จะโพสข้อความใดๆ ลงในโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เกี่ยวกับการได้มาของเงินเยียวยา 5,000 บาทว่า ขอให้คิดก่อนโพส เพราะเมื่อโพสลงไปแล้ว จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดทางกฎหมาย หากข้อความดังกล่าวเป็นเท็จและได้เงินเยียวยามาจากการให้ข้อมูลเท็จ หรือแม้แต่การดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้วยคำหยาบคายต่างๆ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 3 ข้อหาหนัก ดังนั้นอย่าเสี่ยง เพราะได้ไม่คุ้มเสีย ใครรู้ตัวทำผิดสามารถใช้บริการปุ่มยกเลิกการลงทะเบียนในเว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ เพราะขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนยกเลิกแล้วกว่า 3.3 แสนราย
นายชาญกฤช  ได้อ้างอิงข้อมูลทางกฎหมายจากเพจ ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ซึ่งระบุว่า การตั้งใจกรอกข้อมูลหลอกลวงรัฐ เพื่อหวังลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 มีโทษขั้นสูงจำคุก 3 ปี หรือ ปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 137 มีโทษขั้นสูงจำคุก 6 เดือน หรือ ปรับ10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่โพสหมิ่นรัฐบาล มีความผิดตาม มาตรา 136 มีโทษขั้นสูงจำคุก 1 ปี หรือ ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแม้ว่าผู้โพสจะลบข้อความไปแล้ว แต่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสามารถดึงข้อมูลที่ลบไปแล้วกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีกระแสวิพากวิจารณ์ในโลกโซเชียล เกิดความกังขากับระบบคัดกรองของ กระทรวงการคลัง จากกลุ่มคนบางส่วนออกมาโพสทำนองว่าไม่เดือดร้อน แต่ได้เงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท โดยมีข้อความหลากหลาย บางรายติดแฮชแทค อาทิ ระบุว่าข้อมูลที่ลงทะเบียนเป็นข้อมูลเท็จ แต่ได้เงินจริง “เศษเงินหลังตู้เย็น” “ลงไว้เล่นๆ ไม่เคยหวังจะได้” “ขอบคุณสำหรับค่าโบท้อค” “ยกเลิกแล้วแต่ได้เงิน” รวมถึง การโพสข้อความด่าทอรัฐบาล “เฮงซวย” ล่าสุดมีโพสอวดได้เงิน 2 ทาง ทั้งจากเงินเยียวยา 5,000 บาท และประกันสังคม
นายชาญกฤช ระบุว่า กระทรวงการคลังแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินแต่บอกว่าได้เงิน ถือว่าสร้างความสับสน จะมอบให้กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปช่วยตรวจสอบ ถือเป็นข่าวปลอม (Fake News) มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์หรือไม่  และ 2. พวกที่ได้เงินจริง แต่ใส่ข้อมูลที่เป็นเท็จ กรณีนี้ ฝ่ายกฎหมายจะตรวจสอบย้อนกลับตามข้อมูลที่ลงทะเบียน และ ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับในรายที่ได้เงินแล้ว จะขอให้มีการคืนเงินภายใน 90 วัน 
ส่วนประเด็นที่ประชาชนกังขาเรื่องระบบการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์เยียวยาเงินชดเชย 5,000 บาทนั้น มีประสิทธิภาพหรือไม่ ขอย้ำว่าธนาคารกรุงไทยใช้ระบบที่ดีที่สุดในการคัดกรอง แต่ด้วยจำนวนการลงทะเบียนมีมากกว่า 25 ล้านคน และทีมงานต้องทำงานแข่งกับเวลา อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดก็น้อมรับและจะนำไปแก้ไข เนื่องจากเราต้องการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน และเพื่อให้สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ทันท่วงที” นายชาญกฤช กล่าว
# ชาญกฤช เดชวิทักษ์# เงินเยียวยา# ห้าพันบาท# กระทรวงการคลัง# โควิด-19