‘มหาเถร’มีบัญชา ดูแล’คณะสงฆ์แสวงบุญอินเดีย’นอนโรงแรม กักตัว 14 วัน

172

มหาเถรสมาคม ส่งพระพี่เลี้ยง5รูป ดูแล พระสงฆ์ และ คณะแสวงบุญ 171 รายที่มาจากอินเดีย พร้อมสั่งคุมเข้มอีกรอบ หลังผ่านมาตรการคัดกรอง จากสนามบินดอนเมือง เพื่อเข้าสู่กกระบวนการ กักบริเวณ 14 วัน เผยขั้นตอนก่อนกลับ วัดไทยพุทธคยา ต้องวิ่งเต้นอย่างยากลำบาก กว่าจะฝ่าด่าน Lock Down ออกจาก แดนภารตะมาได้ 

วันที่ 25 เม.ย.63 หลังจากคณะแสงบุญของไทย ประกอบด้วยพระสงฆ์ 104 รูป แม่ชี และฆราวาสอีก 67 คน รวม 171 ราย เดินทางกลับถึง สนามบินดอนเมือง และ ผ่านกระบวนการคัดกรอง ตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลากากร อย่างเข้มงวดจาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแล้ว ได้ถูกนำเข้าไปพักผ่อนเบื้องต้น ที่ห้องรับรอง 2 ห้อง

จากนั้น พระสงฆ์และผู้แสวงบุญจะขึ้นรถบัส เพื่อไปสถานที่กักตัว โดยรถแต่ละคันจะให้นั่งเพียง 15 คน หากมีรายใดที่คัดกรองอุณหภูมิไม่ผ่าน ก็จะถูกคัดแยก ส่งไปสังเกตการณ์ต่างหากอีกห้อง และหากวัดอุณหภูมิซ้ำยังไม่ผ่าน จะส่งโรงพยาบาลทันที

สำหรับการเตรียมสถานที่สังเกตอาการหรือ กักตัวพระสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประสานมหาเถรสมาคม เพื่ออนุญาตให้สถานที่กักตัวเป็นเสมือนเขตสังฆาวาส ที่พระสงฆ์สามารถจำวัดได้ และได้นิมนต์พระพี่เลี้ยง 5 รูป มาเป็นตัวแทนรับประเคนภัตตาคาร เพื่อนำไปให้พระสงฆ์ที่กักตัวในแต่ละห้องต่อไป จนครบ 14 วัน ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม ได้กำชับให้ดูแลคณะแสวงบุญอย่างใกล้ชิด

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงข้อกังวลว่าพระสงฆ์ แม่ชี และ บุคคลใด ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้น ยืนยันว่า มาตรการตรวจคัดกรองของสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด มีการควบคุมดูแลตามาตรการสากล มั่นใจว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับคณะผู้แสวงบุญนี้ มีรายงานจาก เพจวัดไทยพุทธคยา 935 งานเผยแผ่พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล รายงานภาพก่อนการเดินทางกลับประเทศไทย ต้องผ่านขั้นตอนอย่างลำบาก เพราะ อินเดีย อยู่ระหว่าง ประกาศมาตรการ Lock Down ซึ่งขั้นตอนแรก ต้องส่งรถบัสไปรับคนไทยทั่วสังเวชนียสถาน 7 คันทั่วเส้นทาง โดยได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนของประเทศอินเดีย นำเครื่องบินจากประเทศไทยมารับชาวไทยตกค้างที่พุทธคยา วันที่ 24 และ 25 เมษายน นี้ได้

โดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตต้า ในนามของหน่วยงานภาครัฐของไทย เป็นผู้ช่วยประสานงานกับทางรัฐบาลของประเทศอินเดีย ซึ่งใช้ความพยายามดำเนินเรื่องอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดหน่วยงานภาครัฐฝ่ายสุดท้าย คือ สำนักงานการบินพลเรือนของอินเดีย #ก็มีคำสั่งอนุญาตให้เครื่องจากประเทศไทยบินมารับคนไทยกลับบ้านได้ เมื่อประมาณ 17.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2563

ดังนั้น จึงเป็นที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่า วันที่ 24 และ 25 เมษายน 2563 คนไทย ทั้งพระสงฆ์ แม่ชี และฆราวาส ที่ตกค้างอยู่ในเส้นทางสังเวชนียสถาน จะได้เดินทางกลับบ้าน!! จำนวน 342 รูป/คน (ไฟท์ วันที่ 24 เม.ย. 171 รูป/คน และไฟท์ วันที่ 25 เม.ย. 171 รูป/คน)

วัดไทยพุทธคยาโดยคำสั่งของพระเดชพระคุณพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้จัดจ้างรถบัสท้องถิ่นของพุทธคยา  7 คัน เพื่อให้วิ่งไปรับคนไทยในเขตสังเวชนียสถานและพุทธสถานทั้งหมดในอินเดีย (รัฐพิหาร และ รัฐอุตตรประเทศ)

บัสคันที่ 1 รับคนไทยจากวัดสิทธารถราชมณเฑียร (ใกล้เส้นชายแดนเมืองกบิลพัสดุ์ อินเดีย-เนปาล), วัดไทยเชตวันมหาวิหาร และคนไทยในเมืองสาวัตถี, เมืองสุลตาลปุระ, เมืองพาราณสี, เมืองสารนาถ และเมืองสะสาราม

บัสคันที่ 2 รับคนไทยจาก วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 (ชายแดนอินเดีย-เนปาล), เมืองกุสินารา, เมืองไวสาลี, เมืองปัตนะ, เมืองนาลันทา และเมืองราชคฤห์

บัสคันที่ 3 -7 รับคนไทยจาก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และ พื้นที่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งในจำนวนนี้ มีคณะพระธรรมยาตรา จำนวน 120 รูป/คน อยู่ด้วย

โดยรถบัสทุกคันได้รับอนุญาตจากทางภาครัฐของอินเดียเรียบร้อยแล้วในการออกเดินทางไปรับพระสงฆ์ แม่ชี และฆราวาสชาวไทยทั้งหมด เพราะในช่วงนี้ประเทศอินเดียยังคง Lock Down ประเทศ ไม่อนุญาตให้เดินทางเป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะการเดินทางข้ามรัฐโดยเด็ดขาด