มติ ครม.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน1เดือน ขณะ เครือข่ายปชช.เด้งค้าน

108

ครม.มีมติ ขยาย พรก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน จนถึง 30 มิ.ย.63 แต่ ยังไม่มีการหารือถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิว ซึ่งคาดว่าจะหาได้ข้อยุติ ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 วันศุกร์นี้ (29 พ.ค.)

วันที่ 26 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้  เห็นชอบขยายเวลาการประกาศใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) เพื่อคุมสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดประกาศในรอบที่ 2 วันที่ 31 พ.ค.นี้ ต่อไปอีก 1 เดือน คือตั้งแต่1-30 มิ.ย. ทั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และมติของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิด19 หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมฯ ยังไม่มีการหารือถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิว ซึ่งคาดว่าจะหารือในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 วันศุกร์นี้ (29 พ.ค.)

ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) กลุ่มเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค จำนวน 10 คน นำโดย น.ส. ส.รัตนมณี พลกล้า และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ตัวแทนเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกการเตรียมประกาศต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน เนื่องจากสถิติของผู้ติดเชื้อได้ลดลงตามลำดับ จนแทบไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ แสดงให้เห็นว่าการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ของประเทศไทยนั้นไม่ได้อยู่ในสภาวะฉุกเฉินในระดับที่จะไม่สามารถควบคุมโรคได้อีก

และที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งหากมีการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉินออกไปอีก จะเกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมากเกินความจำเป็น รวมถึงอาจมีการใช้อำนาจอย่างคลุมเครือไปในทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันควบคุมโรคระบาดอันเป็นการใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือเป็นภาระแก่ประชาชน โดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ จึงเรียนมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อให้พิจารณา