พปชร.คึกคัก! นัดถกเลือก กก.บห. ยังป่วนไม่หยุด จี้”อุตตม-สนธิรัตน์”ลาออก

203
ส.ส.พลังประชารัฐ ประชุมสุดคึกคัก แต่ยังไร้เงา3กุมาร และ กลุ่ม “มาดามเดียร์” ขณะ สิระ เจนจาคะ เรียกร้อง “อุตตม-สนธิรัตน์” ลาออก ด่าลั่น ไม่เคยให้เกียรติ สส. ด้าน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” และ แกนนำ เร่งเดินหน้า ประชุมเลือก กก.บห.ชุดใหม่ ประกาศจุดยืน หนุน”บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ
วันที่ 9 มิ.ย.63 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่ ย่านรัชดา มีการประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยมี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล เป็นประธาน พร้อมด้วยแกนนำ 3 คน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ประธานส.ส.พรรค นั่งร่วมด้วย
โดยมีส.ส.เข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก รวมทั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่ามกลางกระแสข่าว 5 ส.ส.กทม. ได้แยกตัวไปเป็นอิสระทำกิจกรรมกับ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาษี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษาฯ และน.ส.วทันยา ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ได้ขอหารือถึงกรณี นายอุตตม และ นายสนธิรัตน์ ไม่เข้าร่วมประชุม ส.ส. 3-4 ครั้ง ว่า เป็นการไม่ให้เกียรติพรรคและสมควรดำรงตำแหน่งนี้หรือไม่ ซึ่งตนอยากจะถามว่าท่านจะลาออกเองหรือจะให้ขับไล่หรือไม่ เพราะตนไม่สามารถนำปัญหาของประชาชนมาหารือต่อหัวหน้าและเลขาธิการพรรคได้ จึงอยากฝากเรียนถึงท่านประธานในที่ประชุม หากเจอกับนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ ให้ตามมาประชุมพรรคและสอบถามว่าทำไมถึงไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมพรรค หรือจะให้ตนประกาศตามหาคนหาย และหากท่านไม่ให้ความร่วมมือก็ควรออกไปเลยดีกว่า

ด้านนายไพบูลย์ ชี้แจงว่า นายอุตตมและนายสนธิรัตน์พ้นตำแหน่งไปแล้ว โดยทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าและเลขาธิการพรรคเท่านั้น ตนเห็นใจ ส.ส.ที่ไม่สามารถพบทั้ง 2 ท่านได้ และที่ผ่านมาไม่ได้มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งถือเป็นปัญหาของพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารและคืนอำนาจให้กับสมาชิกพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าและเลขาธิการพรรคชุดใหม่ เพื่อความเข้มแข็งของพรรคและเป็นเสาหลักของประเทศ ในการทำหน้าที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในการบริหารประเทศต่อไป