หน้าแรก ในประเทศ พท. รุมต้าน รบ.ต่อ พรก.ฉุกเฉินฯ จี้ เปิดช่อง ทุจริต นักลงทุนเผ่น

พท. รุมต้าน รบ.ต่อ พรก.ฉุกเฉินฯ จี้ เปิดช่อง ทุจริต นักลงทุนเผ่น

“สุดารัตน์” นำ แกนนำ “เพื่อไทย” ตั้งโต๊ะ แถลงคัดค้าน การต่ออายุพรก.ฉุกเฉินย้ำทำให้นักลงทุนเผ่น และเป็นช่องทางให้มีการทุจริตงบประมาณ จี้ให้ยกเลิกโดยเร็ว หลัง มติ “ศบค.ชุดใหญ่” เห็นด้วย ต่ออายุพรก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1เดือนรองรับคลายล็อคเฟส5

วันที่ 29 มิ.ย.63 พรรคเพื่อไทย แถลงต้านการต่ออายุพรก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน อ้างไม่มีความจำเป็นแล้วเป็นอุปสรรค์ต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้ พรก.ฉุกเฉิน และควรนำพ.ร.บ.โรคระบาดมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยในตอนแรกที่มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็เห็นด้วยเพื่อให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นการติดเชื้อในประเทศไม่มีแม้แต่รายเดียวเป็นเวลา 34 วันติดต่อกัน จึงไม่มีความจำเป็นในการต่อพรก.ฉุกเฉินออกไปอีก

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่าการคงพรก.ฉุกเฉินไว้จะทำให้เกิดข้อเสียมากขึ้น รัฐบาลต้องรักษาวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น การคงพรก.ฉุกเฉินสร้างความไม่มั่นใจในการค้าการลงทุน อีกทั้งการใช้งบประมาณต้องโปร่งใส ตราบใดที่ยังคงพ.ร.กฉุกเฉินอยู่ การใช้งบต้องเป็นวิธีพิเศษ เกรงว่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการหาประโยชน์ ในใช้งบประมาณได้

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมาการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การต่อพรก.ฉุกเฉินอาจเป็นการเปิดช่องให้ทุจริตเพิ่มขึ้น เพราะหลังจากที่มีคณะกรรมาการกรั่นกรองขึ้นมา และได้วินิจฉัยข้อขัดแย้งจนนำไปสู่การแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะโดยปกติการจัดซื้อจัดจ้างโดยงบประมาณที่มีมูลค่าสูง จะต้องเข้าสู่กระบวนการประมูล (อีบิดดิ้ง) แต่ในระหว่างที่บังคับใช้พรก.ฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องใช้การจัดซื้อจัดจ้างแบบอีบิดิ้ง สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการคงพรก.ฉุกเฉินไว้ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้อาศัยพรก.ฉุกเฉินยกเว้นการประมูล จึงตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างทันตามแผนเดิมที่ต้องแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย. การขยายพรก.ฉุกเฉินจึงเกิดขึ้น นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัด หากรัฐบาลเห็นว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้สะท้อนไม่เป็นความจริงขอให้ชี้แจงว่า สิ่งที่ได้ทำเป็นการเปิดช่องไปสู่การทุจริจหรือไม่

ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข กรรมาการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากรัฐบาลยังคงพรก.ฉุกเฉินไว้ จะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจโตได้ เหตุแห่งความจำเป็นตามประกาศของรัฐบาลในการคงพรก.ฉุกเฉิน ไม่มีอีกต่อไปแล้ว นอกเสียจากเหตุผลทางการเมืองที่ควบคุมประชาชนไม่ให้ออกมาแสดงความเห็น พรรคเพื่อไทย จึงเสนอให้ เลิกพรก.กฉุกเฉินในทันที

โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เพื่อพิจารณาผ่อนปรนมาตรการ ระยะ 5 ได้แก่ สถานบันเทิง ผับ บาร์คาราโอเกะ อาบอบนวด รวมถึงการพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่ออีก 1 เดือน ตั้งแต่ 1-31 ก.ค. และการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ ขณะเดียวกันที่ประชุม ยังได้พิจารณาเห็นชอบให้ต่ออายุใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ตลอดเดือน ก.ค.นี้ ตามที่ ศบค.ชุดเล็กได้มีการเสนอ เพื่อรองรับช่วงเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค.2563 และการผ่อนปรนมาตรการ ระยะที่ 5 กิจกรรมและกิจการเสี่ยง