“สมคิด” ถก “ทูตสหรัฐฯ” ดึงเป็น “พาร์ทเนอร์” กระตุ้น เศรษฐกิจ

41

ทูตสหรัฐ เข้าเยี่ยม คารวะ “สมคิด” พร้อมหารือเรื่อง ธุรกิจ ชื่นชมไทยน่าลงทุน ขณะที่ รองนายกฯ เผย ได้เสนอ โครงการพัฒนาการลงทุน ในภูมิภาคจำนวนมาก พร้อมปัดตอบ ปมการเมือง บอกสื่อ ‘ไม่ต้องถามเลยนะ’

วันที่ 2 ก.ค.63 -นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า ได้พูดคุยกันถึงแนวการทำงานร่วมกันระหว่างสหรัฐฯกับไทยในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้นักลงทุนของสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ตนเชื่อว่าประเทศไทยยังมีความน่าลงทุน มีศักยภาพ และเหมาะสมอย่างมากสำหรับการที่ภาคเอกชนของสหรัฐฯจะเข้ามาประกอบกิจการ โดยเฉพาะการเป็นซัพพลายเชน (Supply Chain) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงมากที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯกับไทย โดยนำแนวความคิดบางอย่างมาเสนอตนว่าอุตสาหกรรมใดบ้างที่ต้องการให้ต่อยอด ความร่วมมือระหว่างเราทั้งสองฝ่าย ตนได้เสนอไปบางสิ่งและท่านสนใจมาก และรับปากว่าจะไปพัฒนาขึ้นมา “ผมเรียนท่านไปว่า ผมอยากให้อเมริกาโฟกัสประเทศไทยเป็นการพิเศษเพราะเราเชื่อว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ ซีแอลเอ็มวีที ซึ่งเป็นเมนแลนด์ของอาเซียน และในปีหน้าทาง โครงการอีอีซีทั้งหลายจะเริ่มสมบูรณ์ เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับประเทศอีกหลายประเทศในบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกันตลาดเงินตลาดทุนของเราก็มีความแข็งแรงอย่างยิ่ง ฉะนั้นผมอยากให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นข้อที่หนึ่ง ส่วนข้อที่สองก็ได้บอกเขาว่าอุตสากรรมที่เขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัล
สิ่งเหล่านี้เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่าเขา ได้ให้กำลังใจในเรื่องทางการเมืองหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “เราคุยในเรื่องสำคัญเท่านั้นนะ ไม่ต้องถามเลยนะน้องจ๋า” เมื่อถามว่าโครงการที่จะช่วยในประเทศ อย่างเอสเอ็มอียังเดินต่อไปใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า อันนั้นแน่นอนเราทำสองขาอยู่แล้ว ขาหนึ่งคือ โลคอลอีโคโนมี อีกขาหนึ่งคือเรื่องของต่างประเทศ และเมื่อถามอีกว่า แต่ขณะนี้มีกระแสการเมืองเข้ามารุมเร้า รู้สึกเป็นห่วงหรือไม่ นายสมคิดหัวเราะและกล่าวว่า “ไม่หรอก เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” และต่อข้อถาม นายกรัฐมนตรีเข้าใจนายสมคิดดีแล้ว ในเรื่องของการทำงานใช่หรือไม่ นายสมคิด ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถ และกล่าวเพียงว่า “โอเคนะ บ๊ายบาย” ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม