“บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ มาแรง! คั่วเก้าอี้ ผบ.ตร.

89

โค้งสุดท้ายฝุ่นตลบ ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 12 “สุชาติ-สุวัฒน์” เพื่อน นรต.36 รุ่นเดียวกันกับ “บิ๊กแป๊ะ”  โผจะออกลงตัวที่ใครจะ ผงาดครองเก้าอี้ผู้นำ วงการกีกากี ต้องลุ้นกันชนิด ไม่กระพริบตา

ลุ้นระทึก อีกไม่กี่ชม.ข้างหน้า ณ.ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) จะพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ ต่อจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่ครบวาระเกษียณราชการ โดย “บิ๊กแป๊ะ ”เป็นผู้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร.ที่มีความเหมาะสม ซึ่งคาดว่าเจ้าตัวจะเสนอชื่อ “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานสืบสวนและปราบปรามยาเสพติด เบียดกับเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบงานความมั่นคง สายตรงนายกรัฐมนตรี

ด้วยเพราะระเบียบข้าราชการตำรวจระบุชัดเจน ผู้จะขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ต้องเป็นนายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.ตำแหน่งหลักและจเรตำรวจแห่งชาติเท่านั้น โดยคนกำชื่อหรือเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุม ก.ต.ช. ก็คือตัว ผบ.ตร. ดังนั้นเมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำชื่อใครเข้าที่ประชุมน่าจะผ่านได้อย่างสบายไม่น่ามีใครคัดค้าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ก่อนหน้านี้โผทุกโผพุ่งตรงไปที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เพื่อนรัก บิ๊กแป๊ะ จะไปเกษียณราชการในปี 2565 อีก 2 ปีข้างหน้า

แต่ทว่า “ยุทธจักรสีกากี” ย่อมไม่ธรรมดามาแต่ไหนแต่ไร ถ้ายังไม่ถึงวันประชุมตัดสินอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะตำแหน่งนี้ไม่ใช่จะได้มาอย่างง่าย นอกจากชื่อชั้นฝีมือการทำงานอาวุโสแล้ว ยังต้องมีวาสนาประกอบอีกด้วย

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 2 เกิด 26 ธ.ค.2504 เป็นลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และเป็นน้องชายของ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ อดีตที่ปรึกษา สบ.10 และอดีตผู้ช่วยผบ.ตร. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 97 ระดับปริญญาตรี จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ศึกษาระดับปริญญาโทสาขาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม จากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พล.ต.อ.สุชาติ ติดยศ ร.ต.ต. รับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และตลอดช่วงปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเป็นเวลากว่า 13–14 ปี มักสะพายปืนเอ็ม 16 นำหน้าลูกน้อง เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบ นำกำลังตำรวจปิดล้อมตรวจค้น และต่อสู้ปะทะกับผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันอย่างดีสำหรับลูกน้องและชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสนธิกำลังจำนวนกว่า 50 คน เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักที่ต้องสงสัย ที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส หลังสืบทราบว่ากองกำลังติดอาวุธของหนึ่งในแกนนำอาร์เคเคหลบซ่อนตัวเพื่อเตรียมก่อเหตุ และเกิดการยิงปะทะกัน กระทั่งตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ส่วนกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเคเสียชีวิต 4 คน (หนึ่งในนั้นคือเปเล่ดำ) และยอมมอบตัว 7 คน

เทียบฟอร์ม บิ๊กใหม่-บิ๊กปั๊ด ทั้งคู่ เกิดในเดือนธันวาคม 2504 เหมือนกัน พล.ต.อ.สุชาติ ชาวจังหวัดสระบุรี ส่วน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 เหมือนกัน เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต. รุ่น 36 กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เหมือนกัน

เริ่มรับราชการตำรวจในปี 2526 เหมือนกัน เป็น รอง.ผบ.ตร. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เหมือนกัน และเกษียณอายุราชการในปี 2565 เหมือนกัน ขณะที่ ผลสำรวจตำรวจขวัญใจประชาชนแห่งปี 2562 พล.ต.อ.สุชาติ ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 4 ส่วน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้รับการจัดให้อยู่อันดับที่ 5

ว่ากันว่าในวงการตำรวจ คนไหน รับผิดชอบด้านสืบสวน-ความมั่นคง คนนั้น ถือว่า เกรด A มีอนาคตได้เป็นถึง ผบ.ตร. คดีดังๆ ที่ต้องใช้ฝีมือแกะรอย อย่างคดีระเบิดป่วนกรุงทั้งหลายแหล่ ต้องยกให้ท่านรองฯ สุวัฒน์ ดมกลิ่น เช่น ระเบิดศาลท้าวมหาพรหม บึม รพ.พระมงกุฎฯ เป็นฝีมือสืบท่านโดยตรง

แต่ รองฯ สุชาติ ก็ไม่ได้น้อยหน้า ทั้งบู๊และบุ๋นครบเครื่องไม่เสียทีที่เป็นลูกชายอดีต อ.ตร. “แสวง ธีระสวัสดิ์” พล.ต.อ.สุชาติ คนนี้ของจริง คลุกในดงโจร ดงระเบิด ลงไปทำงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นสิบปี อย่างที่เห็นๆ กันในโลกโซเชียลเมื่อช่วงต้นปี 2563 ก็เป็นคนนี้แหละ ที่สวมวิญญาณสไนเปอร์ คว้าไรเฟิลร่วมสยบจ่าปืนคลั่ง เหตุกราดยิงโคราช

ยุทธจักรสีกากี ต่างรู้กันดี ตำรวจทั้ง 2 นาย เก่งทั้ง “บู๊” และ “บุ๋น” แต่ท้ายที่สุดแล้ว อยู่ที่ “บุญวาสนา” ประกอบด้วย เช่นกัน!