ยุทธการณ์”ก้าวไกล” มักจะมีอะไร”อยู่นอกเหนือ” การควบคุม!

102

เกมขับเคี่ยว เชิดฉิ่ง ทางการเมือง ระหว่าง “พรรคก้าวไกล” กับ รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านห้วงเวลามานาน นับตั้งแต่ “ไพร่หมื่นล้าน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังทำหน้าที่ หัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ ก่อนจะมาเป็น พรรคก้าวไกล ในปัจจุบัน !

ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ทั้งในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการใช้เกมแก้รัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการเปิดเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล ควบคู่ไปกับการประสานมือ “กลุ่มการเมืองภาคประชาชน” ปลุกระดมมวลชน ทั้งประชาชน ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา

แม้หลายครั้งหลายคราว แกนนำทั้งจากคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง การชุมนุมก็ตาม

แต่สิ่งที่เห็นคือการที่บรรดาส.ส.ของพรรคก้าวไกล และแกนนำคณะก้าวหน้า ไปร่วมกิจกรรมชุมนุมขับไล่รัฐบาล ทั้งที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ที่นำหน้าโดยกลุ่มนักเรียน ไปจนถึงการไปช่วยประกันตัวแกนนำที่ถูกจับ

วาระสำคัญที่พรรคก้าวไกล ต้องการผลักดัน ซึ่งถือเป็น “เป้าหมายหลัก” ที่จะต้องเดินหน้าให้บรรลุผล นัน่คือการ “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ไม่ใช่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น อีกทั้งยังต้องการ “ปิดสวิตซ์สว.”

ก่อนวันประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล พบว่าบรรยากาศของพรรคก้าวไกลเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ด้วยเหตุที่ งานนี้ได้ “กลุ่มกบฎ” ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ขอแก้ไขมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกลที่ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร

ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. คือการที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ร่วมยื่นรายชื่อกับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต่อ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา โดยเป็นการรวบรวมรายชื่อ “99 ส.ส.”จาก 13พรรคการเมือง

ที่น่าสนใจคือการที่ในรายชื่อ 99 คนนั้น ยังมีความซับซ้อนกันในความขัดแย้ง แฝงเข้าไปด้วยในคราวเดียวกัน เมื่อมีชื่อ ของพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ แต่กลับไม่มีชื่อของพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เป็นฝ่ายค้านเหมือนกัน !

แต่แล้ว ในวันที่ 9 ก.ย.ก็เกิดรายการพลิกผัน เมื่อมีการ “ถอนชื่อ” ออกจากญัตติ ไม่ร่วมขบวนไปกับพรรคก้าวไกล อย่าง “สุรทิน พิจารณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ยอมรับกับสื่อว่า วิปรัฐบาลมาขอร้องให้ถอนชื่อออกเพื่อความเป็นเอกภาพของรัฐบาล

“เมื่อพิจารณาแล้วโดยมารยาทการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันจึงถอนชื่อให้ โดยยื่นหนังสือขอถอนชื่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าวันที่ 9 ก.ย.

ส่วนที่การไปลงชื่อในญัตติขอแก้ไขมาตรา 272 ร่วมกับพรรคก้าวไกลนั้น เป็นการลงชื่อไว้นานแล้ว” เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ได้ทยอยถอนชื่อออกจากญัตติร้อนๆ ด้วยเช่นกัน โดยมีรายงานว่าโดน “แกนนำพรรค”กดดัน เพราะต้องการให้เกิดเอกภาพ และยังถือเป็นมารยาทของพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคพลังประชารัฐ

สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วในเกมการต่อสู้ บนสังเวียนการเมืองนั้น มักจะมีอะไรอยู่นอกเหนือการควบคุม และ หนึ่งบวกหนึ่ง อาจไม่ได้ผลลัพธ์เท่ากับสอง เสมอไป !