ที่ประชุมรัฐสภา มีมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ 2 ร่าง คือ ร่างที่3 ไม่ให้สว.เลือกนายกฯ และยกเลิกการรับรองและคำสั่งคสช. พร้อมตีตก ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ หลังใช้เวลากว่า4ชม.ในการโหวตเป็นรายบุคคล
วันที่ 18 พ.ย.63 ที่ประชุมได้เริ่มลงมติทั้ง 7 ร่าง ซึ่งประกอบด้วย ร่างที่ 1 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แก้มาตรา 256 ตั้งส.ส.ร.ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างที่ 2 ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล แก้มาตรา 256 ตั้งส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ร่างที่ 3 แก้มาตรา 272 และ 159 ไม่ให้ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ร่างที่ 4 แก้มาตรา 270 และ 271 ว่าด้วยอำนาจของส.ว.ต่อการติดตามการปฏิรูปประเทศ
ร่างที่ 5 แก้มาตรา 279 ยกเลิกการรับรองคำสั่งและประกาศของคสช. ร่างที่ 6 แก้ระบบการเลือกตั้งส.ส. ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และร่างที่ 7 ร่างแก้รัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่เสนอโดยไอลอว์
โดยเลขาธิการรัฐสภา ได้เริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงลำดับตามตัวอักษร ก่อนที่สมาชิกแต่ละคนจะขานมติว่า รับ-ไม่รับ-งดออกเสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละร่าง ตั้งแต่ร่างที่ 1-7 ใช้เวลาลงคะแนนเกือบ 4 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ในการผ่านวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่สองสภา” หรือ 366 จาก 732 เสียง (มี ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน และ ส.ว. 245 คน) ในจำนวนนี้ต้องเป็นคะแนนเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. “ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3” ของวุฒิสภาที่มีอยู่ หรือ 84 คน
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานประธานวิปรัฐบาล พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการลงมติชี้ชัดแล้วว่า มีเพียง 2 ร่าง ที่ผ่านพิจารณาเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา จำนวน 1 ใน 3 โดยขอบคุณ ส.ว.ที่ให้คะแนนโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในร่างที่ 1 และ 2 ทั้งของฝ่ายค้านและของฝ่ายรัฐบาล โดยมีเสียง ส.ว.เห็นชอบเกินกว่า 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญต้องการแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล รับหลักการทั้งญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของรัฐบาล และ ของพรรคฝ่ายค้าน ส่วนญัตติอื่นๆ ที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งหมดลงมติ “งดออกเสียง” อย่างไรก็ตาม “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นการไม่ทำตามมติของวิปรัฐบาล
ส่วน ส.ว.ที่รับหลักการร่างไอลอว์ ทั้งหมดเป็น ส.ส.จาก 6 พรรคฝ่ายค้าน แต่มี ส.ว.ที่ลงมติรับหลักการเช่นกัน 3 คน คือ นายนวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพีระศักดิ์ พอจิต และ พิศาล มาณวพัฒน์
ในเวลาเดียวกัน เพจของพรรคก้าวไกล และทวิตเตอร์ของไอลอว์ ได้ประกาศว่าร่างของไอลอว์ตกไปแล้ว โดย ทวิตเตอร์ของไอลอว์ @iLawclub เมื่อเวลา 16.36 น.ว่า หลังผ่านการลงมติไป 500+ คน เหลืออีก 232 คน ร่าง #แก้รัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนเข้าชื่อกันเสนอ มี ส.ว. ลงมติไปแล้ว 183 คน “รับหลักการ” 3 คน เหลือ ส.ว. ที่จะลงมติไม่ถึง 79 คน ร่างฉบับนี้จึงตกไป
ส่วนเพจเฟซบุ๊กของ พรรคก้าวไกล – Move Forward Party โพสต์เมื่อเวลา 17.15 น. ระบุตอนหนึ่งว่า ผลการลงมติล่าสุดในการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมของ 2 สภา พบว่า ญัตติที่ 3 – 7 ตกแล้วอย่างแน่นอน



