“บิ๊กตู่”ลั่น! ไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากัน ซ้ำรอยอดีต รับรู้เต็มอก ม็อบชุมนุมใกล้สำนักทรัพย์สินฯ ทำเพื่ออะไร?

198

นายกฯ ลั่นไม่ต้องการให้ม็อบชนม็อบ ยันดูแลสองฝ่ายไม่ต้องการเห็นคนไทยฆ่าแกงกันซ้ำรอยอดีต ย้อนถามอัยการศึกใครมีอำนาจประกาศ ชี้ปล่อยข่าวบนโซเชียลหวังระดมคนร่วมชุมนุม ฝากถามแกนนำราษฎร เหตุใดต้องเข้าใกล้สำนักงานทรัพย์สินฯ

วันที่ 23 พ.ย.63 เวลา 13.35 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.ที่คาดว่าผู้ชุมนุมสองฝ่ายจะเผชิญหน้ากัน รัฐบาลจะกำชับดูแลอย่างไรไม่ให้ตีกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็พยายามห้ามไม่ให้ตีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าใครต้องเคารพกฎหมาย จะตี จะขว้าง จะยิงกันหรือไม่ยิง ไม่รู้ ให้เก็บจากกล้องทั้งหมด และดำเนินการตามกฎหมายทั้งสองฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นการชุมนุมที่บอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพ ฉะนั้นสิทธิเสรีภาพไม่ใช่ต้องสงวนไว้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถชุมนุมได้ทั้งสองฝ่ายสามฝ่าย อะไรก็แล้วแต่ แต่จะต้องไม่ตีกัน หากตีกันก็ผิดทั้งหมด

“รัฐบาลพยายามให้เกิดความสงบมากที่สุด ต้องคำนึงถึงและห่วงเจ้าหน้าที่เขาบ้าง เพราะถูกกระทำเยอะเหมือนกัน เขาก็มีครอบครัว มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน เขาถึงไม่ทำอะไร เว้นแต่ถ้าฝ่าฝืนมากๆเขาก็รับไม่ได้ยอมไม่ได้เหมือนกัน เขาจำเป็นต้องรักษากฎหมาย ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีตำรวจทำงานแล้วใครจะทำใช่หรือไม่”นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่าคำสั่งของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ระมัดระวังการระดมมวลชนจากพื้นที่ต่างจังหวัดเข้ามาร่วมชุมนุม มีรายงานด้านการข่าวหรือไม่ และมีมาตรการเฝ้าระวังอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า คงไม่ต้องสั่งมั้ง เป็นการหารือกันหรือเปล่า แต่ทราบว่าเขาไม่ได้สั่งการอะไรแบบนั้น เป็นเรื่องการทำงานปกติ ทุกคนทุกหน่วยงานต้องมีการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและประชาชนโดยรวมทั่วไป ฉะนั้นเรื่องการระดมคนอะไรเข้ามาทำนองนี้ หลายๆอย่างเป็นการใส่ข้อมูลมาทางโซเชียล ดังนั้นกรุณาดูก่อนว่าน่าเชื่อไม่น่าเชื่ออย่างไร วันนี้ตนเห็นโซเชียลอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาเต็มไปหมด เปิดดูเฟซบุ๊กก็แล้วกัน และหลายอย่างบิดเบือนเกือบทั้งหมด ถามว่าแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เป็นการสร้างความขัดแย้งไปเรื่อยๆ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องเหล่านี้เลย ฉะนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย เป็นการติดตามสถานการณ์เฉยๆและหามาตรการทำอย่างไรไม่ให้ปะทะกัน คือบางครั้งเหมือนกับต้องการปะทะตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ก็ปะทะกับคนสองฝ่าย มันเคยมีบทเรียนมาแล้ว ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก ฉะนั้นใครเป็นแกนนำก็ต้องรับผิดชอบด้วย ต้องดูแลควบคุมให้ได้แล้วกัน

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่ามีความพยายามนำคนเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหวม็อบชนม็อบ เพื่อสร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหาร จะให้ความเชื่อมั่นอย่างไรว่าจะไม่เกิดรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำถามที่ว่าพยายามนำคนเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหว คิดว่าไม่ต้องพยายาม คนเขาคิดเองก็ได้มั้ง ตนคิดว่าเราจะสงวนไว้อย่างเดียวว่ากลุ่มนี้ได้กลุ่มนั้นไม่ได้ กลุ่มนั้นมาได้กลุ่มนี้มาไม่ได้ ฉะนั้นต้องไปดูแล้วกัน หลายอย่างที่ออกมาก็ดูได้ว่ามาได้อย่างไร และสิ่งของข้าวของที่มาแสดงออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะเรื่องการใช้เครื่องเสียง แสงสี ตีกรอบมาอย่างไร ซึ่งก็ดูทั้งสองฝ่าย ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น และที่คิดว่าเอาม็อบชนม็อบเพื่อสร้างเงื่อนไขนั้น

“ผมเป็นรัฐบาล ผมเป็นนายกฯ ผมไม่อยากให้คนไทยต้องมาฆ่าแกงกันอีก ไม่อยากให้มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิดในขณะนี้ เศรษฐกิจก็มีปัญหาอยู่แล้ว หลายอย่างกำลังขับเคลื่อนอยู่ คนส่วนใหญ่เขาก็ยังประกอบอาชีพของเขาอยู่ แต่คนที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองก็อีกกลุ่มหนึ่ง คนไทยก็เป็นแบบนี้มีหลายกลุ่ม รัฐบาลก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ทุกกลุ่มมีความสงบเรียบร้อย มีความพึงพอใจในการทำงาน รัฐบาลจะคิดเอาเองไม่ได้ ต้องอาศัยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าจะทำอย่างไรตามกฎหมายเหล่านั้นจะคิดเองไม่ได้หลอก”นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า แกนนำราษฎรประกาศชัดเจนว่าจะเข้าไปใกล้ที่สุดที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย. เมื่อสถานการณ์บีบบังคับฝ่ายรัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการสูงสุดเพื่อป้องกันก่อนจะไปสู่การปะทะกันจนเกิดความรุนแรงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ฝากสื่อไปถามแกนนำราษฎรทำไมถึงต้องไปชุมนุมใกล้สำนักงานทรัพย์สินฯ ฝากถามกลับไปแล้วกัน ตนไม่ขอตอบ ก็รู้ว่าจุดประสงค์เขาทำอะไรเพื่ออะไร ก็ไปดูแล้วกันมาถามตนก็เท่านั้น

เมื่อถามว่าจะมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.หรือไม่ และนายกฯจะยอมให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องจะปฎิวัติ เรื่องกฎอัยการศึก มีใครประกาศบ้าง ได้หรือไม่ตรงนี้ หรือใครจะประกาศได้ ในเมื่อตนไม่ประกาศแล้วใครจะประกาศ เธอประกาศเองได้หรือไม่ หรือคนที่มากล่าวอ้างประกาศเองได้ ก็ไม่เห็นมีใครเขาจะประกาศ ชอบแต่หาเรื่องให้ระดมคนกันอยู่นั้น “วันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในกระบวนการหมดอยู่แล้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของนายกฯในครั้งนี้ ในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งคำถามผ่านทีมงานไปให้นายกฯทราบประเด็นก่อน เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯตอบทุกคำถาม แต่ให้ผู้สื่อข่าวที่ถามคำถามในครั้งนี้แสดงตัว โดยนายกฯให้เหตุผลว่าจะได้รู้จักและจำหน้ากันได้ เพราะบางครั้งนักข่าวเยอะตนก็จำได้ไม่หมด