บิ๊กตู่ การันตี1-2เดือน ไทยได้วัคซีนแน่ ย้ำยังไม่ล็อกดาวน์ ขอดูสถานการณ์ก่อน

72

นายกฯ เผยข่าวดี อีก 1-2 เดือน ไทยจะได้วัคซีนป้องกัน โควิด-19 ล็อตแรก 2 ล้านโดส และ สั่งจองต่ออีก 6 ล. ลั่นยังไม่ฟันธงล็อกดาวน์ทั้งประเทศ รอประเมินสถานการณ์หากมีแนวโน้มว่ากันอีกที พร้อมวอนปชช.พื้นที่เสี่ยง กักตัวเอง14-15วัน

วันที่ 4 ม.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการทำงานวันแรก ซึ่งจริงๆแล้วตนทำงานทุกวัน ช่วงที่ผ่านมาได้หารือกับ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.โดยตลอดในการติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการต่างๆออกมา แน่นอนต้องมีความเดือดร้อนอยู่บ้าง ซึ่งเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่รัฐบาลทำเพียงฝ่ายเดียว แม้จะออกมาตรการมา เจ้าหน้าที่จะทำงานสำเร็จไม่ได้ จึงต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย แต่ตนไม่โทษใคร ก็ต้องหาทางว่าจะทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกๆเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะโควิด-19 หลายเรื่องที่ควรจะแก้ได้ แต่ก็แก้ไม่ได้ เพราะคนมีจำนวนมาก ถ้าพูดก็พูดได้ แต่การกระทำ ต้องดูว่าคนเรามีเท่าไร 70 กว่าล้านคนมันก็ยาก แต่จะไม่ยากถ้าเราร่วมมือกัน

ในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ทุกคนคงมีความสุขตามสมควร ได้อยู่กับครอบครัวบ้าง หลายคนมีโอกาสได้เที่ยว ขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด ไม่ว่าจะมีมาตรการอะไรก็ตาม ถ้าไม่ทำตามมาตรการ ก็คือปัญหาทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน จะเกิดความรุนแรงขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ตนได้กำหนดแนวทางในเรื่องการจัดหาอะไรต่างๆ(วัคซีน)คาดว่าประมาณ 1-2 เดือนจะได้ส่วนแรกมาก่อน จำเป็นต้องนำเข้ามา เพราะเป็นห่วงบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 2 ล้านโดส ที่เหลือจะต้องรอของอีก ที่เราจองไว้ 6 ล้านโดส ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงอีกครั้ง จะต้องปรึกษาหารือกับสาธารณสุขร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้หยุด และต้องให้กำลังใจ ศบค. เพราะมีแรงกดดันสูง รวมไปถึงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องขอความร่วมมือกับคนหมู่มาก เพราะเจ้าหน้าที่ มีไม่เพียงพอที่จะไปเฝ้าตรวจทุกคน ซึ่งทุกคนต้องรักครอบครัว รักคนอื่น รักสังคมด้วย อะไรที่เป็นความเสี่ยงก็อย่าไปทำ มันคงช่วยให้ลดลงได้บ้าง หลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ปัญหา พร้อมกับแก้ไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง อยากให้ดูแลซึ่งกันและกันในปีใหม่นี้ ขอให้เป็นปีแห่งความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ตนไม่นิ่งนอนใจทุกเรื่อง บางเรื่องอาจพูดได้ และบางเรื่องอาจจะไม่พูด แต่ต้องทำ และรอผลการปฏิบัติออกมา เพราะถ้าพูดก็เรื่องใหญ่ เรื่องมากไป อาจเกิดกระแสต่อต้าน

ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทุกคนทราบดีต้องลดลงแน่นอน รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม จะดูแลกันอย่างไร วันนี้เป็นห่วง 28 จังหวัดที่มีการแพร่เชื้อจำนวนมาก จะสามารถควบคุมได้ ถ้าทุกคนอยู่ในจังหวัดไม่ไปไหนเลย มันก็จะแก้ได้เป็นจังหวัดๆไป แต่ถ้ายังมีการเดินทางไปมากันตลอด มันคงคุมไม่ได้ ซึ่งผู้ว่าฯจะต้องพิจารณาพื้นที่ของตนเอง ส่วนเรื่องผู้ว่าฯสมุทรสาครและภรรยาตนเป็นห่วง ได้ให้จัดดอกไม้ไปเยี่ยมให้กำลังใจให้หายโดยเร็ว ซึ่งท่านได้ทำงานคู่กับประชาชน และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมียอดสูงขึ้น จังหวัดท่องเที่ยวก็ตัวเลขสูงขึ้น ตรงนี้จึงต้องกลับมาดูว่าเราคงต้องมีวินัยกันอย่างไร โดยที่ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม หรือควบคุมมากนัก เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้เสียก่อนจะดีที่สุด รัฐบาลรับผิดชอบอยู่แล้วทุกเรื่อง หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องรับผิดชอบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าบ่อนการพนันยังเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวตนจัดการต่อเอง ส่วนการย้ายเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อปล่อยให้มีเหตุการณ์อย่างที่ว่า แต่ปัญหาอีกอันเราต้องหาวิธีการจะทำอย่างไร ซึ่งวันนี้ทราบดี เมื่อเราเข้มงวดมันก็ไม่ดี หลักฐานต้องให้มี เขากำลังทำอยู่

เมื่อถามว่าต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย แพทย์พบเชื้อที่กลายพันธุ์ นายกฯ กล่าวว่า เป็นจำนวนน้อย ซึ่งเชื้อพันธุ์ใหม่ตนฟังทางการแพทย์มาแล้ว รวมทั้งโทรทัศน์ในต่างประเทศตนก็เปิดดู เขาบอกว่ามันคือเชื้อโควิด-19 เหมือนเดิม คำว่ากลายพันธุ์ใหม่ คือมันสู้กับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม เดิมของเราเว้นระยะห่าง 90 เซนติเมตรหรือ 1 เมตร มันปลอดภัย และต้องใส่หน้ากากด้วย น้ำลายก็ไม่ฟุ้งกระจาย แต่เชื้อใหม่แพร่ได้เร็วขึ้น แต่ท้ายที่สุดต้นตอคือโควิด ตนฟังจากต่างประเทศด้วย

เมื่อถามว่าเรื่องการพักชำระหนี้จะมีการพิจารณาหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการร้องมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังคิดอยู่ อันเก่ายังไม่จบ เมื่อมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นก็ต้องดูว่า อะไรจะทำต่อ จำเป็นต้องทำต่อก็ทำให้ ขณะเดียวกันต้องมีวิธีการหาเงินมาใช้ด้วย ถ้ายังบอกว่าต้องช่วยๆแต่เอาเงินมาจากไหนไม่ได้เลยก็จบ

เมื่อถามว่าหลังจากช่วงปีใหม่จบลงจะต้องใช้เวลาในการประเมินตัวเลขการแพร่ระบาดอย่างไร ที่จะยกระดับมาตรการควบคุมเพิ่มขึ้น นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้มีการประเมินสถานการณ์ทุกวันและจะดู 14-15 วันประมาณนั้น นั่นคือระยะปลอดภัย ทุกคนถ้ารู้ว่ามีความเสี่ยงก็ควรจะอยู่บ้าน 14-15 วัน ซึ่งวันนี้ก็เริ่มมีการเวิร์คฟอร์มโฮม โรงเรียนก็ปิด และส่วนอื่นๆก็ปิด เว้นแต่ที่ไหนมีมาตรการรัดกุม

“เราไม่อยากล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ท่านก็รู้ว่าปัญหาคืออะไร ฉะนั้นท่านล็อกดาวน์ตัวเองให้จะได้ไหม มันอยู่ที่ทุกคน ถ้าเราไม่อยากติดเชื้อก็ไม่ต้องไปไหน อยู่บ้าน 14-15 วัน ถ้าทุกคนคิดแบบนี้เดี๋ยวก็ปลอดภัย ก็จะคัดกรองคนได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าทุกคนยังไปมาหาสู่กันได้หมด คงตรวจสอบคน 70 ล้านคนไม่ไหว ไม่มีที่ไหนทำได้”นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลไม่มีคำสั่งเป็นไปได้ยากที่คนจะล็อกดาวน์ตัวเอง นายกฯ กล่าวว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะล็อกดาวน์ตัวเอง เอาแค่ใส่หน้ากากคุณทำได้หรือเปล่า ทำได้ไหม สื่อก็ต้องพูดให้คนใส่หน้ากาก ไม่ใช่มาถามอย่างนี้ๆ คุณต้องบอกให้คนเขาใส่หน้ากาก ตนไม่เห็นสื่อไหนเขียนเลย