นายกฯเผยครม.อนุมัติจัดซื้อวัคซีนโควิด19 ล็อตแรก2ล้านโดสได้ใช้เม.ย.64

40

ครม.อนุมัติ งบฯให้ กระทรวงสาธารณสุข จัดซื้อ วัคซีน ป้องกัน โควิด-19 ล็อตแรก 2 ล้านโดส ปลายเดือน มี.ค.และ อีก 26 ล้านโดส ภายในเดือน มิ.ย. ยืนยัน จะให้ปชช. 60 ล้านอย่างเพียงพอ โดยจะทยอยฉีดให้2ครั้ง ห่างกัน4สัปดาห์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าว่า วันนี้ (5 ม.ค.64) การจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครม.ได้อนุมัติงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเตรียมเงินสำหรับรองรับวัคซีน โดยจะเข้ามาในระยะแรก 2 ล้านโดส ปลายเดือนมี.ค.ประมาณ 8 แสนโดส สำหรับประชาชน 4 แสนคน เดือนเม.ย.จะได้อีก 1 ล้านโดส เพียงพอสำหรับประชาชน 5 แสนคน ปลายเดือนพ.ค.อีก 26 ล้านโดส สำหรับประชาชน 13 ล้านคน ทั้งหมดจะต้องผ่านมาตรฐานองค์การอาหารและยา(อย.)ของเราและอย.ต่างประเทศด้วย และวันนี้ได้มีการสั่งจองเพิ่มบริษัท AstraZeneca อีก 35 ล้านโดส ฉะนั้นรวมทั้งหมดจะมีประชาชนประมาณเกือบ 60 ล้านคน ที่จะได้รับการฉีควัคซีนตามระยะเวลาที่วัคซีนเข้ามา จากข้อมูลสาธารณสุขคิดว่าเพียงพอ ต้องฉีดคนละ 2 โดส ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ ทยอยฉีด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการจะให้กลุ่มใดเป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญผู้ที่อยู่หน้างาน ใกล้ชิดการตรวจคัดกรอง และผู้เจ็บป่วยโควิด-19 ต้องให้ความสำคัญส่วนนี้ก่อน และผู้ที่จะมีความเสี่ยงเกิดโรครุนแรง หรือการแพทย์ด่านหน้า ประชาชนผู้สูงอายุ ประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง และอื่นๆที่มีความจำเป็น

ส่วนล็อตที่ 2 จำนวน 26 ล้านโดส จะเริ่มส่งมอบเดือนมิ.ย.สำหรับ วัคซีนล็อตต่อไปๆ เราจะมีการติดต่อแสวงหาจากประเทศอื่นๆอีกด้วย เพื่อให้รวดเร็วตามความต้องการของเรา โดยวัคซีน แอสตราเซเนกา(AstraZeneca) ของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 ทรงตั้งไว้ในสถานการณ์ที่ผ่านมา พระองค์ทรงอนุญาตให้ใช้ในการผลิตวัคซีนได้ ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้ประมาณปีละ 200 ล้านโดส ในระยะต่อไป ฉะนั้นน่าจะเพียงพอในการให้วัคซีนได้ทั่วทั้งประเทศ

ดังนั้นเพื่อความรวดเร็ว จะเปิดให้ภาคเอกชนจัดหาได้ แต่ต้องผ่านการรับรองมาตรการของอย.และอยู่ในการควบคุมการใช้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชน หรือ ธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ เรื่องผลข้างเคียงวันนี้ จากการติดตามสัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องติดตาม เพราะนี้คือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการรับวัคซีนในระยะนี้ วันนี้ มีการฉีดในหลายประเทศ หลายยี่ห้อ เราต้องติดตามทุกประเทศ เพราะเราต้องการให้คนไทยปลอดภัยมากที่สุด สิ่งสำคัญทีสุดต้องจำกัดการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว เอาคนที่ติดเชื้อมาควบคุม รักษาพยาบาลให้เร็ว ส่วนผู้ที่เป็นแล้วก็ใช้ยารักษาอีกตัวหนึ่ง ซึ่งมีการจัดหาเตรียมไว้ให้อย่างเพียงพอแล้ว