กรมคุมประพฤติ ปิดยอดสถิติ คดีเมาขับสูง 4,435 คดี สุรินทร์คว้าแชมป์สูงสุด

26

อธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงสรุป ยอดเมาขับช่วงปีใหม่ สูงถึง 4,435 คดี สุรินทร์ ซิวแชมป์สูงสุด รวมยอดติดอุปกรณ์ EM 58 ราย เตรียมประเมินคัดกรองการดื่มสุรา และตรวจประวัติการกระทำผิดซ้ำ 

วันที่ 5 ม.ค.64 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงข่าว สรุปยอดสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติของวันสุดท้าย (4ม.ค.) ที่มีการควบคุมเข้มงวด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 มีจำนวนคดีพุ่งสูงถึง 2,126 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 2,036 คดี ขับและ ยาเสพติด 88 คดี ขับรถประมาท 2 คดี ปิดยอดสถิติคดี ที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่าง 29 ธ.ค.63 – 4 ม.ค.64 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,648 คดี จำแนกเป็น

คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 4,435 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.42
คดีขับเสพ จำนวน 193 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.15
คดีขับรถประมาท จำนวน 20 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.43

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่
1. จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 415 คดี
2. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 365 คดี และ 3. จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 349 คดี

เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันสุดท้ายของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 3,103 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 2,036 คดี ลดลง 1,067 คดี

นอกจากนี้ ศาลสั่งติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM เพิ่มเป็นจำนวน 17 ราย รวมยอดสะสมตลอด 7 วันเป็นจำนวนทั้งสิ้น 58 ราย โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00 น. – 04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งจังหวัดที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM สูงสุด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย มีจำนวนถึง 40 ราย

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ผู้กระทำผิดที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ โดยเฉพาะผู้กระทำผิดในฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุราทุกราย จะต้องผ่านการคัดกรองแบบประเมินการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบว่า มีความเสี่ยงสูงในการติดสุรา กรมคุมประพฤติจะส่งเข้ารับการบำบัดรักษา ณ สถานพยาบาล สำหรับผู้กระทำผิดที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ หรือมีประวัติการกระทำผิดซ้ำ ต้องเข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง และยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติ อาทิ รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และทำงานบริการสังคม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ตลอดวันสุดท้ายที่มีการควบคุมเข้มงวด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติ ได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ตรวจวัดอุณหภูมิ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทาง ประจำจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 37 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ จำนวน 393 คน