“แรมโบ้” ข้ามรุ่น!! ตีแสกหน้า”ทักษิณ”เย้ย เสแสร้ง ไร้เดียงสา”การเมือง”

163

ชกตรงเป้า! ‘แรมโบ้’ ตีแสกหน้า ‘ทักษิณ’ อย่าเสแสร้ง ไร้เดียงสาทางการเมือง โทษรัฐซ้อนรัฐ ชี้ ปัญหาอยู่ที่ ดื้อรั้น ตและมี อัตตาสูง ย้ำหากอยาก วางมือทางการเมือง อย่างที่พูด ต้องหยุด สนับสนุน “คนเสื้อแดง” และ ทำพิธี ล้างมือในอ่างทองคำ ให้คนไทยเห็นก่อน

วันที่ 9 ม.ค.64 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อ ‘ไทยเอ็นไควเออร์’ ยอมรับก่อนรัฐประหาร 49 ตนเองยังไร้เดียงสาทางการเมือง ไม่รู้ว่าไทยเป็น ‘รัฐซ้อนรัฐ’ ว่า ไม่อยากให้ นายทักษิณมองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยเป็น รัฐซ้อนรัฐ หรือเป็นรัฐแบบใด หรือ เป็นผู้ไร้เดียงสา และ ไม่เข้าใจสภาวะรัฐซ้อนรัฐของไทยมากนัก จนกระทั่งโดนขับไล่นั้น

แต่อยากให้ดูที่ต้นเหตุถึงการถูกขับไล่มากกว่า ว่านายทักษิณได้ทำอะไรลงไปบ้าง และสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับความจริงในเรื่องนี้ ไม่มีใครเชื่อว่านายทักษิณจะอ่อนเดียงสา แต่เชื่อว่าเป็นเพราะ ดื้อและมีอัตตาเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินไป ไม่ยอมรับฟังคนที่หวังดีที่เตือนสติมากกว่า จนทำให้เกิดปัญหามากมายนำมาสู่ความขัดแย้งและความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารบ้านเมือง ปล่อยให้มีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริวารและพวกพ้องอย่างมากมาย

ส่วนที่นายทักษิณบอกว่าอยากไปให้ไกลจากการเมือง แต่มีผู้มีอำนาจยังคงรังแกเขาอยู่ ผู้มีอำนาจหวาดกลัวเขา เหมือนเป็นผีดิบทางการเมืองนั้น นายสุภรณ์ ระบุว่าส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นเหตุผลที่แท้จริง เพราะเชื่อว่านายทักษิณ ยังคงอยากมีอำนาจ ทางการเมือง อยากเป็นผีดิบกระหายอำนาจ เสียเองมากกว่า จากพฤติกรรมที่ไม่เคยหยุดที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย แม้การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับอบจ.ที่ผ่านมายังเข้าไปยุ่งในการหาเสียงเลือกตั้งที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย คำพูดดังกล่าวถือเป็นการใส่ร้ายกล่าวหาคนอื่นและให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ถ้าต้องการยุติบทบาททางการเมืองอย่างจริงจัง ควรแถลงข่าวให้ชัดเจนว่าจะล้างมือและไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดๆและนักการเมืองหน้าไหนทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหลาย หรือ พวกแดงล้มเจ้าที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ

สำหรับการลุกขึ้นมาชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในประเทศไทยเวลานี้ ขอนายทักษิณ คิดทบทวนให้ดีว่า เป็นการชุมนุมที่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งยังมีการ ก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ หวังคิดล้มล้างสถาบัน ซึ่งนายทักษิณ รู้แก่ใจว่ามีกลุ่มบุคคลใดเป็นอีแอบหนุนหลังอยู่ ซึ่งการก้าวล่วงสถาบัน ถือว่ากระทบกับจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีวันที่คนไทยจะยอมเด็ดขาด

ขณะเดียวกันประเทศกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ ดังนั้นขอร้องให้นายทักษิณ อย่าคิดสนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังของกลุ่มผู้ชุมนุมเลย ทั้งนี้ตนเองก็ไม่มั่นใจว่าที่มีการชุมนุมนั้นแกนนำต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองที่ได้ท่อน้ำเลี้ยงจากใครมาทำการชุมนุม หรือชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศหรือของบุคคลที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังกันแน่ เหมือนดังเช่นการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมา

นายสุภรณ์ กล่าว่า ในอดีตการชุมนุมของกลุ่มนปช.หรือคนเสื้อแดง เราก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร และได้รับทุนสนับสนุนน้ำเลี้ยงจากใคร และต่อสู้เพื่อใคร เป้าหมายคืออะไร ใครคือผู้รอรับผลประโยชน์ ตนคงไม่ต้องไปเล่าเรื่องราวฟื้นฟูความทรงจำในอดีตให้กลับขึ้นมาอีก เพราะตนไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวการต่อสู้ในอดีต ที่เคยเจ็บปวดเพราะประชาชนส่วนใหญ่ถูกหลอกให้มาลงถนนต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งอำนาจของกลุ่มคนบางคน ซึ่งนายทักษิณรู้ดีแก่ใจ

“ผมขอร้องนายทักษิณว่า ถ้ารักและห่วงใยประเทศจริงและอยากไปให้ไกลจากการเมือง ควรหยุดพูดวิพากย์วิจารณ์เสียที เพราะยิ่งพูดยิ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจบสิ้น ยืนยันไม่มีอำนาจไหนไปรังแกท่าน อย่าไปคิดว่ามีอำนาจไหนมารังแก จิตคงสับสน คิดมากเลยวิตกกังวลไปเองมากกว่า นายทักษิณเองต่างหาก ที่ต้องยอมรับความจริงว่า ได้รังแกและคิดร้ายทำร้ายตัวเองตลอดมา สาเหตุเกิดจากความเชื่อในอำนาจที่ครอบครองอยู่จนเกิดความคิดเก่งกล้าท้าทายอำนาจประชาชนมากกว่า จึงนำไปสู่การชุมนุมขับไล่นายกฯและรัฐบาล”

นายสุภรณ์ เชื่อว่าถ้านายทักษิณลองตั้งใจหยุดพูดหยุดวิพากย์วิจารณ์ สักปีสองปีและไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองจริงๆอีกเลย ตนเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดความขัดแย้ง ความสงบสุขและสันติสุข จะกลับคืนมามากกว่านี้อย่างแน่นอน