หนีไม่รอด!!รวบแล้ว”ป้ารักแร้เหนียว”หนีบเงินทอน โดนจับ หลังลอบเผารถ5คัน

24

หนีไม่รอด!! ตำรวจพระประแดง ตามรวบตัว“ป้ารักแร้เหนียว” จอมแสบ มีพฤติกรรม “หนีบเงินทอนตาม” ร้านสะดวกซื้อได้แล้ว หลังก่อเหตุเผารถญาติ 5 คัน ที่พระประแดง

จากกรณีที่สื่อทีวีช่องดังได้มีการนำเสนอข่าวป้าจอมแสบหนีบเงินทอนไว้ที่รักแร้ ก่อนทำเนียนอ้างว่าทอนเงินไม่ครบ ซึ่งตระเวนก่อเหตุตามร้านค้าหลายแห่งจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง โดยต่างพากันตั้งฉายาให้ป้าผู้ก่อเหตุว่า “ป้ารักแร้เหนียว” ขณะเดียวกันยังพบว่า เจ้าตัวได้ไปก่อเหตุจุดไฟเผาจักรยานยนต์และรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกหลายคันในย่านอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 ม.ค. พ.ต.ท.ธนกฤต รวยอารี รอง ผกก.สส.สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ก็สามารถติดตามจับกุม น.ส.น้ำผึ้ง เนตร์ทิพย์ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 16/1 หมู่ 4 ต.บางน้ำพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 12 มกราคม 2564 ในข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. ที่บริเวณบ้านพักเลขที่ 28 หมู่ 9 ซอยเพชรหึงษ์ 24 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมีรถยนต์เสียหาย 4 คัน และจักรยานยนต์อีก 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่าน ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา นายชาตรี โสปาโก อายุ 50 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 9 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้หอบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ว่ามีผู้ลอบวางเพลิงเผารถยนต์และจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน และจากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.น้ำผึ้ง เนตร์ทิพย์ อายุ 51 ปี พักอาศัยอยู่ในย่าน ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

จากการสืบค้นประวัติพบว่า น.ส.น้ำผึ้ง ได้ก่อคดีในหลายพื้นที่โดยมีพฤติกรรมตระเวนซื้อสินค้าตามร้านสะดวกซื้อ โดยจ่ายค่าสินค้าเป็นธนบัตร 1,000 บาท เมื่อได้เงินทอนมาจะหาจังหวะที่พนักงานเผลอ เอาธนบัตรใบ 500 เหน็บไปที่รักแร้ และทำทีโวยวายกับพนักงานว่าทอนเงินไม่ครบ จนพนักงานเก็บเงินหลายแห่งตกเป็นเหยื่อโดยทอนเงินให้ใหม่ ซึ่งหญิงรายนี้ก่อเหตุมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 จนได้รับฉายาว่า “ป้ารักแร้เหนียว”

นายชาตรี โสปาโก อายุ 50 ปี ผู้เสียหายเจ้าของรถที่ถูกเผา กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง มากที่ช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ โดยช่วงที่ยังจับไม่ได้ตนและครอบครัวนอนหลับไม่เต็มที่ เนื่องจากต้องคอยมานั่งเฝ้าเกรงว่าจะกลับมาเผาบ้านตนอีก โดยบ้านอยู่ใกล้กัน แต่ตนเองยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ให้อภัยแน่นอน เนื่องจากวันเกิดเหตุนั้นหากตนและครอบครัวดับไฟไว้ไม่ทัน ทั้งทรัพย์สินหรือแม้กระทั่งชีวิตก็อาจจะต้องเสียไป เพราะฉะนั้นตนเองขอยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “วางเพลิงเผาทรัพย์” และ “ทำให้เสียทรัพย์” ส่วนคดีอื่นๆ จะส่งตัวให้แต่ละพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าของคดีมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป