“อนุทิน”ลุย!! ปัตตานี ช่วยชาวบ้าน หลังน้ำท่วม ปลื้ม จนท.สธ.คุมโควิด-19ได้ดี

25

รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ลง พื้นที่ ปัตตานี ติดตามช่วยเหลือปชช.หลังน้ำลด เน้นเฝ้าระวังโรคติดต่อ พร้อมชื่นชม จนท.สามารถควบคุมโควิด-19 ได้ดี กำชับคุมเข้มเฝ้าระวัง การลักลอบข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

วันที่16 ม.ค.64 ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุขผู้ประสบอุทกภัย จ.ปัตตานี โดยนำถุงยังชีพ ยา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและให้บริการประชาชนในพื้นที่ โดยนายอนุทินกล่าวว่า

วันนี้ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่จังหวัดปัตตานี ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการและเฝ้าระวัง คือ โรคติดต่อที่มากับน้ำท่วมและหลังน้ำลด เช่น โรคตาแดง โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก รวมทั้งการเยียวยาทางด้านจิตใจ หลังประสบเหตุวิกฤต ทั้งเรื่องความเครียดในการฟื้นฟูบ้านเรือนและกิจการต่างๆ โดยให้ 3 หมอรับผิดชอบดูแลสุขภาพและจิตใจประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียง สำหรับสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 3 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก, รพ.สต.ปะกาฮารัง และหน่วยบริการปฐมภูมิ อ.เมือง ขณะนี้เปิดให้บริการได้ทั้งหมดแล้ว และมี อสม.ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ 811 คน

ทั้งนี้นายอนุทิน กล่าวชื่นชม สาธารณสุข จังหวัดปัตตานี มีการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร จำนวน 80 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อทุกคน และมีการตรวจเชิงรุกเฝ้าระวังแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ 337 ราย ไม่พบการติดเชื้อเช่นกัน ทั้งนี้ ให้ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงรายงานตัวกับ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อคัดกรองอาการและให้กักกันที่บ้านครบ 14 วัน และตรวจหาเชื้อตามกำหนด ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ได้กำชับให้จังหวัดชายแดนใต้ที่ติดกับประเทศมาเลเซีย เข้มมาตรการเฝ้าระวังการลักลอบเดินทางข้ามแดน

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยยืนยันว่า ยึดหลักวัคซีนมีคุณภาพและความปลอดภัย โดยมีคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้ดำเนินการฉีดวัคซีนเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด ส่วนข้อกังวลเรื่องประสิทธิภาพวัคซีนที่ป้องกันโรคได้ 50-70% นั้น จริงๆ แล้วเป้าหมายในการใช้วัคซีน คือ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการเสียชีวิตลง