ชาญกฤช เผย”อนุชา”ห่วงพระสงฆ์ช่วงโควิด วอนปรับศาสนกิจสู่วิถีใหม่-ยึดหลักมส.

52

“ชาญกฤช” เผย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห่วงใยพระสงฆ์ช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ขอให้ยึดหลัก มหาเถรสมาคม ปรับศาสนกิจสู่วิถีใหม่ ต้องสวม”หน้ากากอนามัย” งดรับกิจนิมนต์ในสถานที่แพร่ระบาด เว้นระยะห่าง ระหว่าง ภิกษุ สามเณร และ พุทธศาสนิกชน ตามมาตรการของสาธารณสุข

วันที่ 17 ม.ค.64 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับพระภิกษุ-สามเณร ว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อการปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุ-สามเณร หลังปรากฏข่าวพระภิกษุสงฆ์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องปรับวิถีปฏิบัติศาสนกิจในลักษณะ New Normal โดยยึดหลักปฏิบัติตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.)

อาทิ การงดรับกิจนิมนต์ในจังหวัดที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 งดการจัดกิจกรรมงานบรรพชาสามเณร และงานอุปสมบท ประจำปี 2564 รวมทั้งให้งดจัดกิจกรรมทางพระศาสนาที่มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เช่น การจัดงานวัด งานบุญประจำปี และงานบุญประเพณีต่างๆ

ส่วนการออกบิณฑบาตหรือกิจกรรมภายในวัด การทำวัตรเช้า-เย็น การรับถวายภัตราหาร หรือ สิ่งของ ยังทำได้ตามปกติ เพียงแต่พระภิกษุ-สามเณร และพุทธศาสนิกชน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน และงดให้ศีลให้พร ขณะที่งานศพ ซึ่งเป็นงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุข แต่หากเป็นศพของผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ไม่ให้มีการเปิดศพ และให้สวดอภิธรรมจากรูปถ่ายแทน

นายชาญกฤช ยังเปิดเผยถึงการแจกจ่าย อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 แก่พระภิกษุสงฆ์ว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนและประชาชนได้บริจาค แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้กระจายแจกจ่ายไปยังวัดต่างๆ โดยให้เน้นวัดที่มีความเสี่ยงก่อน ทั้งนี้ หากพบพระภิกษุ-สามเณรมีอาการผิดปกติ ไข้ขึ้นสูง ให้รีบไปพบแพทย์หรือโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 เพื่อขอรับข้อมูลและความช่วยเหลือ